: : ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถานปฏิบัติธรรม กับธรรมชาติที่สัปปายะ ป่าไม้ ถ้ำ และภูเขา บนเนื้อที่ ๘๐ ไร่....วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ.... .......
หน้าแรก
 
 
 
 

 
 
 


 
 
 
 

 
 
 

 


การรักษาอุโบสถศีล
บวชชีพราหมณ์-เนกขัมมนาร


  ความหมายและอานิสงส์


  "ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างอุโบสถศีลกับศีล ๘ "
  ๑. อุโบสถศีล กับ ศีล ๘ มีข้อห้าม ๘ ข้อเหมือนกัน
  ๒. คำอาราธนา (ขอศีล) แตกต่างกัน
  ๓. อุโบสถศีล มีวันพระเป็นกำหนด สมาทานรักษาได้เฉพาะวันพระเท่านั้น ส่วนศีล ๘ สมาทานรักษาได้ทุกวัน
  ๔. อุโบสถศีล มีอายุ ๒๔ ชั่วโมง (วันหนึ่งกับคืนหนึ่ง) ส่วนศีล ๘ ไม่มีกำหนดอายุในการรักษา
  ๕. อุโบสถศีล เป็นศีลสำหรับชาวบ้านผู้ครองเรือน หรือเป็นศีลของชาวบ้านผู้บริโภคกาม (กามโภคี)
      ซึ่งกรณีนี้ท่านผู้ปรารถนาจะรักษาอุโบสถศีล ก็อาราธนารักษาที่บ้านก็ได้ในวันพระ ๘ ค่ำ ๑๔ หรือ ๑๕ ค่ำ
      ส่วนศีล ๘ เป็นศีลสำหรับชาวบ้านผู้ไม่อยู่ครองเรือนหรือผู้ออกจากเรือนเป็นการชั่วคราวหรือผู้ทิ้งเรือน
     ไปปฏิบัติธรรมที่วัด เช่น แม่ชี
ผู้ขอบวชพราหมณ์ ชีพราหมณ์ เนกขัมนารี

  การรักษาศีล ของ อุบาสก(ผู้ชาย) หรือ พราหมณ

  เป็นคำที่ใช้เรียกอุบาสกหรือโยมผู้ชายที่นุ่งขาวห่มขาว โดยมีความตั้งใจที่จะรักษาศีลปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดเช่นเดียวกับชี   หรือชีพราหมณ์ เป็นวิธีการที่จะช่วยให้อุบาสกที่ปรารถนาจะฝึกปฏิบัติสมาธิ ฟังธรรม และพักอยู่ที่วัดเพื่อให้มีความสงบ
  และเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการอยู่ในวัด จึงมีระเบียบการปฏิบัติและการแต่งกายคือ นุ่งขาวห่มขาว
  และรักษาศีล ๘ เช่นเดียวกัน จึงนิยมเรียกโยมผู้ชายที่รักษาศีลว่า อุบาสก หรือ พราหมณ์

  ชีพราหมณ์

  เป็นคำที่ใช้เรียกอุบาสิกาหรือโยมผู้หญิงที่นุ่งขาวห่มขาว โดยมีความตั้งใจรักษาศีลปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดเช่นเดียวกับแม่ชี   จะแตกต่างกันเพียงแต่ไม่ได้โกนผมโกนคิ้วอย่างแม่ชีเท่านั้น เป็นวิธีการที่จะช่วยให้อุบาสิกาที่ปรารถนาจะฝึกปฏิบัติ
  สมาธิ ฟังธรรม และพักอยู่ที่วัด เพื่อให้มีความสงบปลอดจากภาระต่าง ๆ ทางหน้าที่การงาน ทางครอบครัว และสังคม
  ภายนอก  และเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการอยู่ในวัด จึงมีระเบียบการปฏิบัติและการแต่งกาย คือ นุ่งขาว   ห่มขาว  และรักษาศีล ๘ เช่นเดียวกันกับแม่ชี  อุบาสิกาเหล่านั้นไม่ต้องการโกนผม โกนคิ้ว จึงเรียกให้เหมาะสม
  ว่าเป็นชีพราหมณ์เพื่อให้แตกต่างจากแม่ชีโดยทั่วไป อุบาสิกาเหล่านี้ แม้จะไม่ได้โกนผม โกนคิ้ว ก็ตั้งใจรักษาศีล
  ปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง จึงมีคำเรียกอีกประการหนึ่งว่า ศีลจาริณี แปลว่า หญิงผู้รักษาศีล

  เนกขัมมนารี

  เนกขัมมนารีนิยมใช้เรียกเจาะจงที่เด็กหญิงวัยดรุณี หญิงแรกรุ่น หรือหญิงที่ยังไม่ได้ครองเรือน คือ ยังเป็นนารีวัยแรกรุ่น
  ยังไม่บรรลุนิติภาวะที่ตั้งใจรักษาศีลปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดเช่นเดียวกับชีพราหมณ์ ข้อปฏิบัติต่าง ๆ ก็เหมือนกับชีพราหมณ์
  ทุกประการ จึงนิยมเรียกดรุณีเหล่านี้ว่า เนกขัมมนารี แปลว่า เด็กหญิงหรือดรุณีผู้รักษาศีล

  อานิสงส์ของเนกขัมมบารมี

  เนกขัมมบารมี แปลว่า การสร้างบารมีด้วยการออกบวช ในบารมี ๓๐ ทัส หรือ การออกจากกาม หรือกำลังใจเต็มพร้อม
  ในการถือบวช หรือการรักษาศีล หรือ อุโบสถศีล ไม่ว่าจะบวชด้วยวิธีไหนก็ตาม  เช่น จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์
  บรรพชาเป็นสามเณร อุบาสกผู้นุ่งขาวห่มขาวผู้รักษาศีล บวชชี ชีพราหมณ์ เนกขัมมนารี จะโกนผมหรือไม่โกนผมก็ตาม   จะสวมใส่อาภรณ์ชนิดใดก็ตามท่านมุ่งเน้นไปที่ การบวชใจ จะอยู่บ้าน อยู่วัดก็ได้อานิสงส์ คือ ได้บุญเต็มที่ครบถ้วน   เพราะบุญ คือ การตั้งใจรักษาศีล ซึ่งจัดเป็น เนกขัมมบารมี
 


                                                               


  ขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

  ลำดับพิธีบวชชี-บวชชีพราหมณ

  เบื้องต้น ให้ผู้ประสงค์ที่จะปฏิบัติธรรมรักษาอุโบสถศีล นุ่งขาวห่มขาวและเตรียมพานดอกไม้เครื่องสักการะให้
  เรียบร้อย  ซึ่งสิ่งของสำหรับเครื่องสักการะที่จำเป็น เช่น ดอกไม้สด ธูป ๓ ดอก เทียนเหลือง ๒ เล่ม แล้วมาพร้อมกัน
  รอพระสงฆ์ผู้จะทำพิธี ตามเวลาและสถานที่กำหนด ซึ่งกรณีไปเป็นหมู่คณะก็ทำพิธีพร้อมกัน หากไปเป็นการส่วนตัว
  ก็ให้เรียนถามกำหนดการและเวลานัดหมายจากสถานที่นั้น ๆ  เมื่อถึงเวลาพึงปฏิบัติตามลำดับดังนี้

  ๑. จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย (หรือขึ้นอยู่กับกำหนดของแต่ละสถานที่
      ที่วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญจะยกพานถวายพระสงฆ์)   
  ๒. กราบพระอุปัชฌาย์  แล้วยกพานขึ้นกล่าวคำขอบวช
  ๓. นำพานเข้าประเคน  แล้วอาราธนาศีล ๘
  ๔. สมาทานศีลโดยพร้อมกันจนจบ
  ๕. ฟังโอวาทจากพระอุปัชฌาย์หรือพระสงฆ์ที่เป็นประธานทำพิธีให้
  ๖. ถวายเครื่องสักการะหรือเครื่องไทยธรรม (ถ้ามี)
  ๗. รับพรจากพระสงฆ์ แล้วกราบพระอีกหน เป็นเสร็จพ


  สำหรับวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ กำหนดเวลาขอศีลหรือรับศีล ๘ เวลา ๑๗.๓๐ น. ของทุกวัน
  โดยผู้ตั้งใจไปปฏิบัติธรรมควรเตรียมตัวให้พร้อม หากจะให้ได้อานิสงส์ยิ่งขึ้นในวันที่จะไปรับศีล ๘
  ควรทานอาหารเที่ยงก่อนเวลาเที่ยง(เวลาเพล)หลังเที่ยงให้งด เพราะเมื่อรับศีล ๘ ในวันนั้น
  จะได้อานิสงส์ของการปฏิบัิติธรรมเพิ่มอีก ๑ วัน


 ขั้นตอนที่ ๑ กราบพระ ๓ ครั้ง แล้วถวายพานดอกไม้-ธูป-เทียน

 ขั้นตอนที่ ๒ กล่าวคำขอบวชชีพราหมณ์ 


  เอสาหัง  ภันเต  สุจิระปะรินิพพุตัมปิ  ตัง  ภะคะวันตัง  สะระณัง  คัจฉามิ  ธัมมัญจะ  ภิกขุสังฆัญจะ 
  ปัพพัชชัง  มัง  ภันเต  สังโฆ  ธาเรตุ  อัชชะตัคเค  ปาณุเปตัง  สะระณัง  คะตัง


  แปลว่า "ข้าแต่ท่านผู้เจริญ  ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า  แม้เสด็จดับขันธปรินิพพานนานแล้ว
  กับทั้งพระ ธรรมและพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก ขอพระสงฆ์จงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้บวชในพระธรรมวินัย
  ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

  ขั้นตอนที่ ๓ พระสงฆ์กล่าวนำคำรับไตรสรณคมน์
 
 พระสงฆ์กล่าวนำ โยมว่าตาม 3 จบ

       นโม ตสฺส ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส  (ว่า ๓ จบ)

  พระสงฆ์กล่าวนำ โยมว่าตาม
      พุทฺธํ      สรณํ      คจฺฉามิ
       ธมฺมํ       สรณํ      คจฺฉามิ
       สงฺฆํ       สรณํ      คจฺฉามิ
            ทุติยมฺปิ      พุทธํ     สรณํ      คจฺฉามิ
            ทุติยมฺปิ      ธมฺมํ      สรณํ      คจฺฉามิ
            ทุติยมฺปิ      สงฺฆํ      สรณํ      คจฺฉามิ                   
       ตติยมฺปิ     พุทธํ      สรณํ      คจฺฉามิ
       ตติยมฺปิ     ธมฺมํ      สรณํ      คจฺฉามิ
       ตติยมฺปิ     สงฺฆํ      สรณํ      คจฺฉาม
 

  กล่าวคำอาราธนาศีล ๘

      มะยัง(อะหัง) ภันเต  ติสะระเณนะ  สะหะ  อัฏฐะ  สีลานิ  ยาจามะ (นิยาจามิ)
      ทุติยัมปิ   มะยัง  ภันเต  ติสะระเณนะ  สะหะ  อัฏฐะ  สีลานิ  ยาจามะ
      ตะติยัมปิ  มะยัง  ภันเต  ติสะระเณนะ  สะหะ  อัฏฐะ  สีลานิ  ยาจามะ (ถ้ากล่าวคนเดียวว่า อะหัง แทนคำ มะยัง)
                                                         
  ศีล ๘   (The Eight Precepts; training rules)

  ๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกฺขาปะทัง สะมาทิยามิ   (To abstain from taking life)   
      (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง และไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า)
  ๒. อะทินนา ทานา เวระมะณี สิกฺขาปะทัง สะมาทิยามิ   (To abstain from taking what is not given) 
      (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการลัก ฉ้อ สิ่งของที่ผู้อื่นมิได้ให้ด้วยตนเองและไม่ให้ผู้อื่น ลัก ฉ้อ)
  ๓. อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ  (To abstain from unchastity)   
      (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ  เว้นจากอสัทธรรม กรรมอันเป็นข้าศึกแก่การประพฤติผิดพรหมจรรย์)
  ๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ  (To abstain from false speech)  
      (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการพูดปด พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ)
  ๕. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฺฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ 
       (To abstain from intoxicants causing  heedlessness)
       
(ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการดื่มสุราเมรัย เครื่องดองของทำใจให้คลั่งไคลต่าง ๆ้
       อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท)
   ๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (To abstain from untimely eating)
       (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการบริโภคอาหารในยามวิกาล (หลังเที่ยงถึงวันใหม่)
  ๗. นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะมัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง
       สะมาทิยามิ (To abstain from dancing, singing, music and unseemly shows, from wearing garlands,
       smartening with scents, and embellishment with unguents)   

       (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการฟ้อนรำขับร้อง ประโคมดนตรี และประดับร่างกายด้วยดอกไม้ของหอม        เครื่องประดับ เครื่องทา เครื่องย้อม ผัดผิวให้งามต่าง ๆ)
  ๘. อุจฺจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ 
       (To abstain from the use of high and large luxurious couches) 

       (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการนั่งนอนเหนือเตียงตั่ง ที่เท้าสูงเกินประมาณ
       และที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ภายในมีนุ่นหรือสำลี อาสนะอันวิจิตรไปด้วยลวดลายงามด้วยเงินทองต่าง ๆ)

        อิมานิ  อัฏฐะ  สิกขาปะทานิ  สะมาทิยามิ  (เมื่อพระสงฆ์นำ ให้ว่าตามครบ  3  ครั้ง)
  
  ต่อจากนั้นพระสงฆ์กล่าวสรุปอานิสงส์ของศีล ดังนี้ (แม่ชี หรือ ผู้ขอบวชไม่ต้องว่าตาม แต่ให้พนมมือไว้)

       อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สมาทิยามิ
       สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา
       สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสธะเย

  แม่ชี หรือ ผู้ขอบวช รับว่า สาธุ แล้วกราบ ๓ ครั้ง
เป็นอันเสร็จพิธี

  หมายเหตุ : หากมีเครื่องไทยทานที่จะถวายพระก็ให้ถวายตอนนี้ เมื่อพระสงฆ์กล่าวคำว่า ยะถา วาริวะหา พึงกรวดน้ำ
                 ให้หมด เมื่อพระสงฆ์ขึ้นคำว่า สัพพีติโย..พึงประนมมือรับพร เหตุที่เป็นดังนี้ดังมีคำเปรียบเทียบว่า
                 ยะถาให้ผี สัพพีให้คน คือ ยะถา.. เป็นคำกล่าวอุทิศให้ผู้ล่วงลับ ส่วนสัพพีติโย วิวัชชันตุ
                 เป็นคำกล่าวอวยพรให้คน )


                                                                


  การสมาทานอุโบสถศีล

  ใช้สำหรับผู้ตั้งใจปฏิบัติศีลอุโบสถในวันพระ ๘ ค่ำ, ๑๔, ๑๕ ค่ำ ที่บ้านเป็นเวลา ๑ วันกับอีก ๑ คืนของวันพระนั้น ๆ
  ซึ่งขั้นตอนก็จะเหมือนกับการรับศีล ๘ หรือบวชพราหมณ์ที่วัด เพียงแต่คำสวดสมาทานต่างกัน ดังนี้

  ขั้นตอนที่ ๑ กราบพระรัตนตรัย ๓ ครั้งหน้าพระพุทธรูปที่อยู่ในบ้าน

  ขั้นตอนที่ ๒ กล่าวคำกล่าวคำอาราธนาอุโบสถศีล(คำในวงเล็บสำหรับกล่าวคนเดียว)
     มะยัง(อะหัง) ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนา คะตัง อุโปสะถัง ยาจามะ(ยาจามิ)
     ทุติยัมปิ มะยัง(อะหัง) ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนา คะตัง อุโปสะถัง ยาจามะ(ยาจามิ)
     ตะติยัมปิ มะยัง(อะหัง) ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนา คะตัง อุโปสะถัง ยาจามะ(ยาจามิ)

  ขั้นตอนที่ ๓ พระสงฆ์กล่าวนำคำรับไตรสรณคมน์
 
  พระสงฆ์กล่าวนำ โยมว่าตาม 3 จบ

       นโม ตสฺส ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส  (ว่า ๓ จบ)

   พระสงฆ์กล่าวนำ โยมว่าตาม
      พุทฺธํ      สรณํ      คจฺฉามิ
       ธมฺมํ       สรณํ      คจฺฉามิ
       สงฺฆํ       สรณํ      คจฺฉามิ
            ทุติยมฺปิ      พุทธํ     สรณํ      คจฺฉามิ
            ทุติยมฺปิ      ธมฺมํ      สรณํ      คจฺฉามิ
            ทุติยมฺปิ      สงฺฆํ      สรณํ      คจฺฉามิ                   
       ตติยมฺปิ     พุทธํ      สรณํ      คจฺฉามิ
       ตติยมฺปิ     ธมฺมํ      สรณํ      คจฺฉามิ
       ตติยมฺปิ     สงฺฆํ      สรณํ      คจฺฉาม

 
  ขั้นตอนที่ ๔ คำให้อุโบสถศีล
  กล่าวเหมือนศีล ๘ ทุกประการ
   ๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกฺขาปะทัง สะมาทิยามิ
   ๒. อะทินนา ทานา เวระมะณี สิกฺขาปะทัง สะมาทิยามิ
   ๓. อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
   ๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
   ๕. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฺฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ 
   ๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ 
   ๗. นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะ
        ธาระณะมัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
   ๘. อุจฺจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ 

  เมื่อกล่าวคำรับอุโบสถศีลแล้ว ให้กล่าวคำสมาทานอุโบสถศีลต่อดังนี้

       อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง พุทธะปัญญัตตัง อุโปสะถัง,
       อิมัญจะ รัตติง อิมัญจะ ทิวะสัง สัมมะเทวะ อภิรักขิตุง สะมาทิยามิ  

     กล่าวคำแปล : ข้าพเจ้าขอสมาทาน ซึ่งองค์อุโบสถ ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้
     อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ดังสมาทานมาแล้วนี้ เพื่อจะรับรักษาไว้ให้ดี
     มิให้ขาดมิให้ทำลาย ตลอดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ณ เพลาวันนี้ ขอกุศลอันนี้
     จงเป็นอุปนิสัย และเป็นปัจจัย แก่การกระทำให้แจ้ง ซี่งพระนฤพานในอนาคตกาล
     ชาตินี้ชาติหน้าโน้นเทอญ.

  หากรับอุโบสถที่วัดพระสงฆ์จะกล่าวอานิสงส์ แต่หากรับที่บ้านก็กล่าวเองด้วยบทนี้คือ

    อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ อุโปสะถะสีละวะเสนะ
     สาธุกัง กัตวา อัปปะมาเทนะ รักขิตัพพานิฯ

     (กล่าวรับว่า อามะ ภันเต)

    สีเลนะ สุคะติง ยันติ   สีเลนะ โภคะสัมปะทา
     สีเลนะ นิพพุติง ยันติ   ตัสมา สีลัง วิโสธะเย

     (กล่าวรับว่า สาธุ แล้วกราบ ๓ ครั้ง)

  เมื่อพ้นจากวันพระ ๑ วันกับอีก ๑ คืนแล้ว เมื่อจะลาสิกขาให้กล่าวคำลาสิกขาในวันถัดไปดังนี้

   ๑. กราบพระรัตนตรัย ๓ ครั้ง
   ๒. กล่าวไตรสรณคมน์ (นะโม ๓ ครั้ง)
   ๓. กล่าวคำลาสิกขา ดังนี้
       "สิกขัง ปัจจักขามิ คิหีติ มัง ธาเรถะ"
        ขอพระสงฆ์ทั้งปวง จงจำคำข้าพเจ้าไว้ แม้ครั้งที่ ๒ แม้ครั้งที่ ๓ บัดนี้ข้าพเจ้าขอลาี้สิกขา
   ๔. เสร็จสิ้นพิธีการ กราบพระรัตนตรัย ๓ ครั้ง เป็นอันสิ้นสุดพิธีการ

 



จบบริบูรณ


  
 


วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ
ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ ประจำจังหวัดเชียงราย  :  ศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรมประจำจังหวัดเชียงราย
๓๙๕ หมู่ ๑๑ ตำบลธารทอง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ๕๗๒๕๐ โทรศัพท์ (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕ โทรสาร (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕

www.watthumpra.com             email : info@watthumpra.com