: : ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถานปฏิบัติธรรม กับธรรมชาติที่สัปปายะ สงบ สะอาด ป่าไม้ ถ้ำ และภูเขา บนเนื้อที่ ๘๐ ไร่ ..วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ อ.พาน จ.เชียงราย

 


 
   

>> สังเขปประวัติ<<     
วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ    
ต.ธารทอง อ.พาน จ.เชียงราย    
 

     

วั ด ถ้ำ พ ร ะ บำ เ พ็ ญ บุ ญ
                      ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติประจำจังหวัดเชียงราย แห่งที่ ๕
                                ศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรม ประจำจังหวัดเชียงราย

วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ เป็นวัดปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติประจำจังหวัดเชียงราย แห่งที่ ๕ ศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรม ประจำจังหวัดเชียงราย วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ตั้งอยู่ในพื้นที่ราชพัสดุและที่ดินของกรมป่าไม้บ้านถ้ำพระ (ห้วยหลวง-บ้านนิคมแม่ลาว) เลขที่ ๓๙๕ หมู่ ๑๑ ตำบลธารทอง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ๕๗๒๕๐ โทรศัพท์-โทรสาร (๐๕๓) ๑๘๔ ๓๒๕-๖ 

วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ได้รับแต่งตั้งจากหน่ายงานต่างๆ

  • เป็นศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ ประจำจังหวัดเชียงราย แห่งที่ ๕
  • เป็นศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรม ประจำจังหวัดเชียงราย
  • เป็นวัดในสังฆราชูปถัมภ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
  • เป็นหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล อ.บ.ต.ธารทอง
  • เป็นวัดกลุ่มเป้าหมายจัดดำเนินการตามโครงการแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง
    หมู่บ้านรักษาศีล ๕ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘
  • ได้รับการประกาศเกียรติคุณ ๑ ใน ๔๕ วัดดีเด่นทั่วประเทศ เป็น
    "สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น ๔๕ สำนัก" พุทธศักราช ๒๕๕๔
    ในวาระครบ ๒๖๐๐ ปีพุทธชยันตี จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
    โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นประธานมอบเกียยรติบัตร
  • ได้รับรางวัลสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา พุทธศักราช ๒๕๕๔
  • ได้รับรางวัลหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล(อ.ป.ต.)ดีเด่น ๑๖ จังหวัดหนเหนือ
    คณะสงฆ์ภาค ๔ โดยพระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ
    ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา จ.นครสวรรค์
  • ได้รับเชิดชูเกียรติให้วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ เป็นวัดในประวัติศาสตร์
    ที่ให้การสนับสนุนโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก จากโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
    โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นประธานที่ปรึกษาโครงการ

สภาพพื้นที่
สภาพพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๑๐๐ ไร่ มีสภาพเป็นป่าภูเขาหิน มีถ้ำต่างๆ อีกประมาณ ๔-๕ ถ้ำ มีประชากรนับถือพระพุทธศาสนาประมาณ ๒๓๐ ครอบครัว อยู่ห่างจากถนนพหลโยธินสายเชียงราย-พาน กม.๘๐๒-๘๐๓ ระยะทางเข้าสู่วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญประมาณ ๖ กิโลเมตร เส้นทางจากถนนพหลยโยธินเข้าสู่วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ เป็นถนนซีเมนต์จนถึงสถานปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติประจำจังหวัดเชียงรายแห่งที่ ๕ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ


สถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ได้ถูกค้นพบและก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณในราวปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ โดยชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า “ถ้ำพระ” ทั้งนี้เพราะในอดีตมีพระพุทธรูปโบราณเก่าแก่ปางต่างๆ อยู่ในถ้ำเป็นจำนวนมากโดยก็มิมีใครทราบว่าพระพุทธรูปโบราณเหล่านี้มาจากไหน จึงเป็นที่เรียกกันของชาวบ้านว่า “ถ้ำพระ"
 
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีพระสายปฏิบัติกรรมฐานแวะเวียนมาพักปฏิบัติธรรมชั่วคราว สับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่อย่างนี้เรื่อยมา

ถ้ำพระบำเพ็ญบุญในอดีต
วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญในปัจจุบัน

ปีพุทธศักราช ๒๕๒๙ พระถวิล จนฺทสโร (พระครูจันทนิภากร–สถานภาพปัจจุบัน) ท่านได้ไปพำนักปฏิบัติธรรมกับ ท่านเจ้าคุณพระธรรมโกศาจารย์ หรือ ท่านเจ้าคุณปัญญา นันทภิกขุ แห่งวัดชลประทานรังสฤกษ์อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จากนั้นท่านเจ้าคุณพระธรรมโกศาจารย์ได้ส่งพระถวิล จนฺทสโร ให้ไปศึกษาอบรมหลักสูตรพระธรรมทายาทกับท่านพุทธทาสภิกขุ(พระธรรมโกศาจารย์- ปัจจุบัน ท่านมรณภาพแล้ว) ที่สวนโมกขพลาราม ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พระถวิล จนฺทสโร เมื่อจบหลักสูตรพระธรรมทายาทที่สวนโมกขพลารามแล้วนั้น จึงได้เดินทางกลับสู่วัดชลประทานรังสฤกษ์ จากนั้นท่านเจ้าคุณพระธรรมโกศาจารย์(ท่านปัญญา นันทภิกขุ) ท่านเริ่มทำโครงการ “พระธรรมทายาท” อบรมพระภิกษุสงฆ์ให้เป็นนักเผยแผ่ธรรมที่ดี เป็น “ธรรมทายาท” มิใช่ “อามิสทายาท” ของพระบรมศาสดา ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่พระถวิล จนฺทสโร ได้รับมอบหมายให้เป็นพระเลขาส่วนตัวของท่านพระธรรมโกศาจารย์หรือท่านเจ้าคุณปัญญา นันทภิกขุ แห่งวัดชลประทานรังสฤกษ์ ให้ช่วยเดินทางสู่การเผยแผ่ธรรมในสายงานเผยแผ่ธรรมของท่านเจ้าคุณปัญญานันทภิกขุ เป็นพระธรรมทายาทของวัดชลประทานรุ่นแรกๆ ที่นำพระภิกษุสงฆ์ขึ้นไปเผยแผ่ธรรมภาคเหนือ คือ เชียงราย พระถวิล จนฺทสโร ท่านจึงได้นำคณะภิกษุสงฆ์เดินทางขึ้นไปเผยแผ่ธรรมอยู่ที่เชียงรายจนเสร็จสิ้นภารกิจ ด้านการเผยแผ่พระธรรมทายาทเขตภาคเหนือ

สวนโมกขพลาราม
อบรมพระธรรมทายาท
ชีวิตการจาริกธุดงค

ภายหลังจากนั้น พระถวิล จนฺทสโร ได้เดินทางกลับสู่วัดชลประทานรังสฤกษ์และได้กราบขออนุญาตกับท่านเจ้าคุณปัญญานันทภิกขุ เพื่อขอออกจาริกธุดงค์ไปเชียงรายอีกครั้งตามลำพังองค์เดียว ท่านได้ออกจาริกธุดงค์แสวงบุญไปตามสถานที่ต่างๆ ไปพักบำเพ็ญเพียรทางจิตภาวนาตามป่าเขา ตามถ้ำต่างๆ และได้จาริกธุดงค์แสวงบุญย้อนกลับไปภาคเหนือโดยมีจุดหมายมุ่งตรงคือ..เชียงราย

ปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ พระถวิล  จนฺทสโร ได้จาริกธุดงค์มุ่งสู่การปฏิบัติธรรมโดยได้ไปพักค้างปักกลดที่ “ถ้ำพระ” อีกครั้ง ซึ่งแต่ก่อนนั้นถ้ำพระยังเป็นป่ารกชัฏ ภูเขาหิน มีแต่ถ้ำ ยังไม่ได้ตั้งเป็นวัด เป็นเพียงสถานปฏิบัติธรรมถ้ำพระ ท่านได้มาแวะพักปฏิบัติธรรมที่ “ถ้ำพระ” โดยท่านปักกลดพักค้างอยู่ในบริเวณถ้ำพระ ซึ่งเป็นถ้ำอยู่บนภูเขา ในเวลานั้นยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ สถานที่แห่งนี้เป็นที่สัปปายะ อยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ ๓ กิโลเมตร ท่านได้มาพักปฏิบัติธรรมที่ถ้ำพระแห่งนี้เป็นเวลาประมาณ ๗ วัน ท่านได้นิมิตฝันไปว่ามีโยมผู้หญิงท่านหนึ่ง แต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายโบราณแบบทางเหนือมาเข้านิมิตฝัน หญิงผู้นี้นิมนต์ให้ท่านอยู่จำวัดที่สถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ การมานิมิตฝันนั้นได้เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นเวลา ๓ คืน พระถวิล จนฺทสโร ท่านก็มิได้รับกิจนิมนต์นั้น

พระถวิล จนฺทสโร ท่านได้ออกจาริกธุดงค์ต่อไปอีก โดยจาริกไปพักปฏิบัติธรรมอยู่ที่ป่าช้าผีดิบบ้านคลองเตย อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ท่านก็ได้นิมิตฝันว่าได้เหาะเข้ามาอยู่ยังสถานปฏิบัติธรรมถ้ำพระ อีกครั้งหนึ่ง ก่อนออกพรรษาปีพุทธศักราช ๒๕๓๑

ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๑-๓๒ นั้น ท่านก็ได้เดินทางจาริกธุดงค์ขึ้นมาทางภาคเหนือ โดยมีจุดหมายปลายทางคือ เชียงราย ในครั้งนี้ท่านได้แวะเข้ามาพักปฏิบัติธรรมที่ถ้ำพระอีกครั้ง นับแต่นั้นมาท่านก็อยู่จำพรรษาในสถานที่ถ้ำพระแห่งนี้ โดยท่านดำริจัดงานปฏิบัติธรรม ปริวาสกรรม เพื่อสงเคราะห์แด่หมู่สงฆ์ทั้งยังเมตตานำพระภิกษุสงฆ์และสาธุชน ร่วมปฏิบัติธรรมมาโดยตลอดนับแต่นั้นจวบจนปัจจุบัน และเมตตาตั้งชื่อสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ว่า ถ้ำพระบำเพ็ญบุญ

โดยในระยะแรกนั้น ถ้ำพระบำเพ็ญบุญ แห่งนี้ยังเป็นทุ่งโล่งที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาหินที่มีป่าไม้ปกคลุมโดยรอบ ตั้งอยู่ในพื้นที่ราชพัสดุและที่ดินของกรมป่าไม้บ้านถ้ำพระ เมื่อท่านตัดสินใจที่จะตั้งสำนักปฏิบัติธรรมในที่แห่งนี้ด้วยเห็นเป็นที่สัปปายะ สงบ ร่มรื่น เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรทางจิต และยังมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์สำหรับการปฏิบัติธรรมนั้นเอง ก็ได้มีผู้มีจิตศรัทธาเดินทางมาขอจัดทำผ้าป่าสร้างศาลาธรรมหลังเล็กๆ ถวายให้กับพระถวิล จนฺทสโร ศาลาธรรมหลังแรกของสถานปฏิบัติธรรมถ้ำพระจึงถูกจัดสร้างขึ้นอย่างง่ายๆ ด้วยแรงงานจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงแห่งนั้น ด้วยความประหยัดแต่มุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดในทางพระพุทธศาสนา

พระภิกษุสงฆ์ปักกลดรอบบริเวณ
พระถวิล จนฺทสโร นำปฏิบัติธรรม
พระภิกษุสงฆ์เข้าร่วมปฏิบัติธรรม
เริ่มต้นด้วยศาลามุงฟางข้าว
เริ่มต้นด้วยศาลามุงฟางข้าว
เริ่มต้นด้วยศาลามุงฟางข้าว

โดยแต่แรกนั้น สถานที่ถ้ำพระบำเพ็ญบุญแห่งนี้ยังไม่มีอาคารที่พักเพื่อรองรับผู้ปฏิบัติธรรม พระถวิล จนฺทสโร ท่านจึงได้ขอรอมฟางข้าวจากชาวบ้านที่ทำนาหลังเก็บเกี่ยวข้าวก็จะเหลือฟางข้าวทิ้งไว้ ท่านจึงขอนำมาทำเป็นที่พัก โดยมีชาวบ้านใกล้ถ้ำพระได้เข้ามาช่วยกันจัดทำศาลามุงฟาง นำไม้ไผ่มาตอกเป็นเสา สานไม้ไผ่เป็นโครงเพื่อทำฝาผนังจากฟางข้าง ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นห้องพักจึงทำมาจากฟางข้าวของชาวนาในละแวกรอบถ้ำพระแห่งนั้น โดยได้แรงกายและน้ำใจจากชาวบ้าน ที่ต้องการให้มีพระภิกษุสงฆ์ได้มาอยู่จำพรรษา นำปฏิบัติธรรม การสร้างห้องพักมุงฟางจึงเกิดขึ้นมา ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยผู้ที่ประสงค์จะร่วมปฏิบัติธรรมก็ไม่มีท่านใดรังเกียจห้องพักมุงฟางแห่งนี้ แต่ในครั้งแรกกลับมีผู้มาเข้าร่วมปฏิบัติธรรมร่วมร้อยชีวิต ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทำให้พระถวิล จนฺทสโร ท่านได้มองเห็นแนวทางในการที่จะส่งเสริมให้สาธุชนได้ร่วมปฏิบัติธรรม ปลูกฝังศีลธรรมให้กับสาธุชนญาติธรรมท่านจึงได้กราบนิมนต์พระภิกษุสงฆ์และชักชวน เชิญชวนญาติธรรมให้มาร่วมปฏิบัติธรรม

ศาลามุงฟางถูกนำมาใช้ได้อย่างคุ้มค่้าและก่อประโยชน์อย่างยิ่ง แต่ด้วยในเวลานั้นถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ผู้ปฏิบัติธรรมต้องใช้แสงสว่างจากแสงเทียน แต่แล้วก็เกิดเหตุขึ้นเมื่อผู้สูงอายุที่มาร่วมปฏิบัติธรรมได้ทำเทียนล้ม จึงเกิดไฟลุกไหม้ติดฟางเป็นที่โกลาหลขึ้น

หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ในขณะนั้นท่านจึงเริ่มพัฒนาโดยการยืมและเช่าเต้นท์มากางกันแดด-ฝนเป็นที่พักให้กับผู้ปฏิบัติธรรม โดยท่านเริ่มโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน เป็นการอบรมเด็กที่มารับการบรรพชาเป็นสามเณร ซึ่งก็ได้มีญาติธรรมที่เคยมาร่วมปฏิบัติธรรมนำบุตรหลานมาบรรพชาภาคฤดูร้อนเป็นจำนวนมาก ญาติธรรมและสามเณรจึงมีที่พักเป็นเต้นท์ผ้าใบ แต่หากปัญหาคงยังไม่จบลงโดยง่าย เพราะเมื่อใช้เต้นท์กาง ครั้นฝนตกลงมาพร้อมด้วยลมพัด จึงทำให้น้ำฝนไหลนองเข้าเต้นท์ที่พัก ลมแรงตีกระจุยกระจาย จนทำให้เณรร่วมร้อยชีวิตต้องช่วยกันหอบผ้าและกลดหนีฝนที่ไหลเข้าเต้น์กันอย่างชุลมุนวุ่นวาย

การจัดสร้าง "ลานธรรม"
ด้วยพื้นที่โดยรอบของถ้ำพระบำเพ็ญบุญเป็นถ้ำและภูเขาหิน ปกคลุมรายล้อมไปด้วยป่ารกชัฏ พระถวิล จนฺทสโร ท่านจึงมีดำริในการจัดพื้นที่เพื่อให้มีสถานที่สำหรับให้พระภิกษุสงฆ์และสาธุชนได้มีสถานที่ปฏิบัติธรรมเป็นกิจลักษณะ ท่านจึงประชุมขอแรงจากชาวบ้านและพระภิกษุสงฆ์ได้ช่วยกันจัดระเบียบพื้นที่ถ้ำพระขึ้นใหม่ โดยการถากถางความรกชัฏเหล่านั้น แล้วจัดสร้างที่ปฏิบัติธรรมโดยท่านประสงค์จะสร้าง "ลานปฏิบัติธรรม" ขึ้นบนเชิงเขาแห่งนี้

การจัดทำสถานลานปฏิบัติธรรมแห่งนี้นั้น หลวงพ่อท่านได้เมตตาเล่าไว้ว่า ท่านได้นิมิตฝันว่า สถานลานธรรมที่จะดำเนินการสร้างขึ้นในที่แห่งนี้นั้น รูปแบบของสถานลานธรรมจะเกิดขึ้นบนเชิงเขา โดยมีบันไดทางขึ้นสองข้างเป็นรูปทรงกลมดั่งรอยเท้าช้างเป็นทางเดินซ้าย-ขวา ตรงกลางเป็นกระบะใหญ่เพื่อปลูกดอกไม้ให้สวยงาม ด้านบนเป็นรูปครึ่งวงกลมลดลั่นเป็นชั้นๆ ตามลำดับ อุปมาเปรียบได้ดั่งลำดับชั้นของการปฏิบัติธรรมตามลำดับขั้นตอน อุปมาบันไดคือทางเดินเข้าสู่หนทางแห่งมรรค-ผล
ลานธรรมชั้นแรก..อุปมาคือพระโสดาบัน ลานธรรมชั้นสอง..อุปมาคือพระสกิทาคามี ลานธรรมชั้นสาม..อุปมาคือพระอนาคามี ลานธรรมชั้นสี่..คือพระอรหันต์ และ ตรงใจกลางสูงสุดของลานธรรมมีพระพุทธรูปเป็นพระประธานตั้งอยู่ในซุ้ม อุปมาดั่งเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ และมีซุ้มอาสนะมุงฟางเพื่อให้พระสงฆ์แสดงธรรม เมื่อท่านได้นิมิตฝันเช่นนั้น จึงได้เล่าความฝันให้กับคณะพระภิกษุสงฆ์้ลูกศิษย์ได้ฟัง พระภิกษุสงฆ์ท่านได้ร่วมกันวาดภาพตามนิมิตฝันของหลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ในเวลานั้นเพื่อใช้เป็นแผนผังในการดำเนินการจัดสร้าง "ลานปฏิบัติธรรม" ขึ้นบนเชิงเขาแห่งนี้


ศาลาปฏิบัติธรรมจันทนิภากร ๑
หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร
ท่านจึงดำริที่จะจัดสร้างศาลาปฏิบัติธรรมขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะท่านเห็นถึงความลำบากของญาติธรรม ซึ่งบางครั้งที่ใช้เต้นท์กางเป็นที่พักแต่เมื่อฝนตกลงมาอย่างหนักก็ทำให้น้ำเจิ่งนอง เต้นท์ที่พักถูกลมพายุตีจนกระเจิง ผ้าห่ม ที่นอน หมอน มุ้ง ต่างก็เปียกฝนจนเกิดความเสียหายหลายครั้ง ซึ่งความมุ่งมั่นที่ท่านจะสร้างศาลาขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมรวมถึงเป็นที่พัก จึงมีอยู่ตลอดเวลาแต่ความลำบากยุ่งยากก็เกิดขึ้นเป็นเครื่องทดลองตลอดเวลานั้นอีกเช่นกัน ทั้งนี้ด้วยท่านเป็นพระที่อยู่ป่า ไม่มีปัจจัยที่จะใช้สร้าง เพราะศาลาหลังนี้คงต้องใช้งบประมาณหลายล้านบาท

ในปีนั้นก็ได้มีกลุ่มท่านผู้มีจิตศรัทธาโดยท่านเหล่านี้ได้เดินทางไปเที่ยวเชียงรายในช่วงวันหยุดสงกรานต์ และได้โทรศัพท์ไปสอบถามถึงหนทางที่จะไปสู่วัด พร้อมแจ้งความประสงค์เพียงแค่ว่าในวันที่ ๑๙ เมษายน เวลา ๕ โมงเย็น ทางคณะจะแวะไปทอดผ้าป่าเพราะเป็นทางผ่าน ซึ่งหลวงพ่อท่านก็รับฟังและก็รับรู้ไว้เพียงเท่านั้น เพราะผู้ที่โทรศัพท์ไปก็ไม่ได้รู้จักหลวงพ่อและไม่เคยเดินทางไปที่วัดแห่งนี้มาก่อน จึงไม่มีอะไรเป็นเรื่องรับรองว่าจะเป็นดังนั้นหรือไม่ แต่เมื่อถึงกำหนดทั้งคณะก็มาตามที่นัดหมายไว้ ทั้งคณะได้ขึ้นสู่ศาลาก็ตั้งต้นผ้าป่าอย่างง่ายๆ ต่างก็ลงขันช่วยกันรวบรวมปัจจัยเป็นจำนวนเงิน ๑ ล้านบาท โดยไม่มีเงื่อนไขทั้งสิ้น หลวงพ่อท่านเองก็คิดไม่ถึงว่าท่านเหล่านี้จะสร้างกุศลอย่างง่ายๆ ไม่มีพิธีกรรมใดๆ และไม่ต้องการสิ่งใดเป็นสิ่งตอบแทน การทอดผ้าป่าถวายปัจจัยจึงเกิดขึ้นโดยไม่มีกำหนดการใด ทำบุญเสร็จก็พากันกลับ จึงเป็นที่น่าอนุโมทนายิ่งนัก

ปัจจัยเหล่านั้นเป็นต้นบุญเบื้องต้นที่ทำให้ หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ได้ริเริ่มก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมจันทนิภากร๑ ขึ้นมา เมื่อศาลาปฏิบัติธรรมเริ่มก่อสร้างรากฐาน ก็ทำให้ศรัทธาญาติธรรมคือ คุณแม่วิภา พิสิฐบัณฑูล ได้มาขอร่วมเป็นเจ้าภาพร่วมมุงหลังคา ร่วมถวายกระเบื้องปูพื้น พร้อมญาติธรรมผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันถวาย ปูน อิฐ หิน ทราย จนร่วงเข้าสู่ปีที่ ๔ ศาลาหลังนี้จึงสำเร็จลุล่วงลงด้วยดี ใช้อรรถประโยชน์ได้อย่างสูงสุดในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา

ศาลามุงฟางพักหลบแดด ฝน
เต้นท์ที่พักที่นำมาใช้ชั่วคราว
คณะทอดผ้าป่าต้นบุญสร้างศาลา
ศาลาจันทนิภากร ๑
ศาลาจันทนิภากร ๑
ศาลาจันทนิภากร ๑

"อุโบสถถ้ำ"                             
พระครูจันทนิภากร(หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร) ได้นำปฏิบัติธรรม
และเผยแผ่ธรรมจนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่พระภิกษุสงฆ์ผู้จาริกแสวงบุญและธุดงค์แวะเวียนมาปฏิบัติธรรม ยังสถานที่แห่งนี้ ท่านได้ริเริ่มจัดงาน"ปริวาสกรรม" เพื่อสงเคราะห์แด่หมู่พระภิกษุสงฆ์ หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร จึงขอพระราชทานวิสุงคามสีมาจากสำนักปฏิบัติธรรม ถ้ำพระบำเพ็ญบุญ เป็น วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ

เนื่องจาก ถ้ำพระบำเพ็ญบุญแห่งนี้ตั้งอยู่ในป่ารกชัฏ เป็นที่สัปปายะ อุดมไปด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาหิน และมีถ้ำตามธรรมชาติจำนวน ๔-๕ ถ้ำ ดังนั้นท่านจึงใช้ "ถ้ำ" โดยสมมติเป็นอุโบสถชั่วคราว ทั้งนี้ ถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ยังไม่มีอุโบสถใช้ แต่การจัดทำสังฆกรรมสำหรับพระภิกษุสงฆ์จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้อุโบสถในการทำสังฆกรรม และถ้ำที่ใช้เป็นอุโบสถชั่วคราวก็คับแคบลงบรรจุพระภิกษุสงฆ์ได้ประมาณ ๒๐-๓๐ รูปในการทำสังฆกรรม และในระหว่างจำพรรษา "ถ้ำ" ก็มีน้ำเจิ่งนอง ซึ่งเมื่อพระภิกษุสงฆ์ใช้ ถ้ำ ในการทำสังฆกรรม พื้นถ้ำก็ชื้นแฉะไปด้วยน้ำ ก่อให้เกิดความลำบากแก่พระภิกษุสงฆ์เป็นอย่างยิ่ง

หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ขอพระราชทานวิสุงคามสีมาจากสำนักปฏิบัติธรรม ถ้ำพระบำเพ็ญบุญ เป็น วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ และในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ได้รับการแต่งตั้งจาก กรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ให้วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ เป็น ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติประจำจังหวัดเชียงราย แห่งที่ ๕ เนื่องในมหามงคลวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี และได้รับแต่งตั้งเป็น "ศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรม ประจำจังหวัดเชียงราย" เพื่อเป็นสถานที่อบรมข้าราชการ หน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ อบรมผู้นำ อ.บ.ต. และผู้นำชุมชนในจังหวัดเชียงรายอีกประการหนึ่งด้วย

การดำริเริ่มสร้างอุโบสถ
ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ จึงก่อให้เกิดความจำเป็นที่ หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ท่านมีดำริที่จะสร้างอุโบสถขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ โดยตรงไว้ในพระพุทธศาสนาและเพื่อประโยชน์ใหญ่แด่หมู่พระภิกษุสงฆ์ที่จำเป็นต้องใช้อุโบสถในการทำสังฆกรรม ไม่เพียงเฉพาะงานปริวาสกรรมสำหรับพระภิกษุเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นสถานที่บรรพชา-อุปสมบทแก่ผู้ที่ประสงค์จะบรรพชา-อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์

ดังนั้น อุโบสถ หรือ โบสถ์ ที่ปรากฏขึ้นบนพื้นที่ของ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญจึงมากด้วยประโยชน์คุณูปการดังกล่าว อุโบสถ จึงมิใช่เพียงสิ่งปลูกสร้างที่มีขึ้นเพียงเพื่อมีไว้ประดับพื้นที่ของวัดเท่านั้น แต่หากเป็น วิสุงคามสีมา เพื่อยังประโยชน์สำหรับสืบทอดพระพุทธศาสนาและเกื้อกูลแด่หมู่สงฆ์ สมณชีพราหมณ์ ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงพระธรรมวินัย และสืบทอดพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองเป็นอานิสงส์อย่างยิ่งแห่งการ สร้างอุโบสถ ซึ่งเป็น วิหารทาน ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสรรเสริญถึงอานิสงส์แห่งบุญ และแสดงธรรมเกี่ยวกับเรื่องการสร้างวัดหรือส่วนประกอบของวัด เช่น ที่ดินหรือศาสนวัตถุต่างๆ โบสถ์ วิหาร ศาลา กุฏิสงฆ์ เสนาสนะถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ไว้ดังนี้

อานิสงส์แห่งวิหารทาน
   ๑. "ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง" (สังยุตตนิกาย)
   ๒. "ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ย่อมมีบุญเจริญในกาลทุกเมื่อ ทั้งกลางวันและกลางคืน
        เขาทั้งหลายตั้งอยู่ในธรรม สมบูรณ์ด้วยศีลและเป็นผู้ไปสวรรค์"(วนโรปสูตร)
   ๓. พระพุทธองค์ทรงยืนยันให้เห็นชัดเจนว่า การถวายวิหาร(วัด) ที่อยู่อาศัย
        แด่พระภิกษุสงฆ์เป็นสมุฏฐาน ก่อให้เกิดประโยชน์สุขทั้งผู้รับและผู้ถวาย
        ซึ่งทรงแสดงอานิสงส์ไว้ว่าเป็นยอดของสังฆทานและเป็นปัจจัยให้ประสบ
        ความเกษมศานต์ จนบรรลุถึงพระนิพพาน (วิหารทานกถา) โดยตรัสไว้ว่า

     "วิหารย่อมป้องกันหนาว ร้อน และเนื้อร้าย นอกจากนั้นยังป้องกันงูและยุง
      ฝนในสิสิรฤดู นอกจากนั้นวิหารยังป้องกันลมและแดดอันกล้าที่เกิดขึ้นได้
      การถวายวิหารแก่สงฆ์ เพื่อหลีกเร้นอยู่ เพื่อความสุข เพื่อเพ่งพิจารณา
      และเพื่อเห็นแจ้ง พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า เป็นทานอันเลิศ เพราะ
      เหตุนั้นแล คนผู้ฉลาด เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน พึงสร้างวิหารอันรื่นรมย์
      ให้ภิกษุทั้งหลายผู้พหูสูต อยู่ในวิหารนี้เถิด อนึ่งพึงมีใจเลื่อมใสถวายข้าว
      น้ำ ผ้า และเสนาสนะ อันเหมาะสมแก่พวกเธอ ในพวกเธอผู้ซื่อตรง
      เพราะพวกเธอ ย่อมแสดงธรรมอันเป็นเครื่องบรรเทาสรรพทุกข์แก่เขา
      เขารู้ทั่วถึงแล้ว จะเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพานในโลกนี้
"
 

      
  ทานํ สคฺคสฺส โสปนํ     ทานกุศลจัดว่าเป็นบันได้ขั้นแรกที่จะนำขึ้นสู่สวรรค์
       ทานํ ปาเถยฺยมุตตมํ     ทานกุศลจัดว่าเป็นเสบียงอันประเสริฐ
      
ทานํ อุชุคตํ มคฺคํ         ทานกุศลจัดว่าเป็นทางสายตรงไปสู่พระนิพพาน
      
ทานํ โมกฺขปทํ วรํ        ทานกุศลจัดว่าเป็นบาทให้ถึงซึ่งความหลุดพ้น

ารสร้างวัด สร้างอุโบสถของพระสงฆ์องค์เจ้าก็ดี ของอุบาสกอุบาสิกาต่อพุทธศาสนาก็ดี จัดเป็นวิหารทาน เป็นทานอันเลิศ ตามที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ในพระไตรปิฎก


เมื่อเป็นดังที่กล่าวมานี้ จึงทำให้มีคณะศรัทธา นำโดย คุณประชุม มาลีนนท์ พร้อมครอบครัว มาลีนนท์ และคณะ ได้เป็นเจ้าภาพต้นบุญในการดำเนินการริเริ่มก่อสร้างอุโบสถหลังดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้ คุณพรเดช อุยะนันทน์ เป็นสถาปนิกดูแลร่วมด้วยคุณศิริชัย รณเกียรติ, คุณศรีชัย รุจิรวัฒนกุล
และ คุณจมร ปรปักษ์ปลัย เป็นสถาปนิกจากกรมศิลปากร เป็นผู้ถวายการออกแบบอุโบสถ

ในการนี้ยังได้รับความเมตตาจาก พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสังวโร ได้มีเมตตาช่วยเหลือกิจกรรมการก่อสร้างอุโบสถหลังนี้ให้ดำเนินการลุล่วงด้วยดีตลอดมา

อุโบสถวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ
อุโบสถวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ
อุโบสถวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ

การสร้างอุโบสถหลังนี้ หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ท่านให้ปรับพื้นที่บนภูเขาสูงปรับให้เป็นพื้นที่ราบเพื่อสำหรับใช้เป็นที่ตั้งของโบสถ์ ซึ่งเดิมบริเวณที่จะทำการปลูกสร้างอุโบสถนั้นเป็นที่ดินเชิงเขา ท่านได้ทำการปรับหน้าดินให้ราบแล้วนำดินส่วนที่ตัดออกมานั้น นำไปถมที่ลุ่มน้ำขังบริเวณหน้าวัดเพื่อใช้้สำหรับเป็นที่จอดรถหรืออาจจะทำเป็นลานปฏิบัติธรรมในอนาคตภายหน้า

สถาปัตยกรรมแบบล้านนาประยุกต์
โดยรูปแบบอุโบสถนั้นสร้างเป็นอุโบสถแบบ ๒ ชั้น ศิลปล้านนาประยุกต์ มีความกว้าง ๑๓ เมตร ความยาว ๓๓ เมตร สามารถรองรับการทำสังฆกรรมสำหรับพระสงฆ์ลงทำสังฆกรรมได้ประมาณ ๑๐๐-๑๒๐ รูป ซึ่งก็เป็นอุโบสถที่มีขนาดกระทัดรัด ดูงดงามเย็นตา เย็นใจ
 

การก่อสร้างได้เริ่มดำเนินการ โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันจันทร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ การก่อสร้างได้สำเร็จลุล่วงมาด้วยดี ขออนุโมทนามายังท่านเจ้าภาพผู้มีจิตศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาซึ่งได้แก่ คุณประชุม มาลีนนท์ และครอบครัวมาลีนนท์ พร้อมด้วยพนักงานในหน่วยงานของท่านไทยทีวีสีช่อง ๓ พร้อมด้วยคณะเพื่อนๆ และท่านสาธุชนผู้มีส่วนร่วมในบุญสร้างอุโบสถในครั้งนี้

     

อุโบสถชั้นบน นั้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระประธาน "พระพุทธสุวรรติโลกนาถปุญญาวาสสถิต" และพื้นที่บริเวณชั้นบนนี้เพื่อทำสังฆกรรมสำหรับพระภิกษุสงฆ์ ส่วนบริเวณชั้นล่างของอุโบสถนั้น มีไว้เพื่อสำหรับอบรมการปฏิบัติธรรมที่เป็นหมู่คณะ หรือทำเป็นห้องสมุดด้วยส่วนหนึ่งเพื่อเก็บรวบรวม หนังสือธรรมะต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เล่าเรียนอ่านประดับความรู้


พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงม้า

พธีเททองหล่อพระ "พระพุทธสุวรรติโลกนาถปุญญาวาสสถิต" เมื่อทำการก่อสร้างอุโบสถเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร จึงมีดำริในการจัดสร้างพระพุทธรูปพระประธาน เพื่อประดิษฐานไว้ในอุโบสถวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ โดยคุณประชุม มาลีนนท์ พร้อมครอบครัวมาลีนนท์และสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาได้รับเป็นเจ้าภาพจัดสร้าง โดยได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงประทานพระสารีริกธาตุเพื่อบรรจุไว้ในพระเศียรและส่วนต่างๆ ของพระพุทธรูป และได้จัดพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป เมื่อ วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๓ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรทรงม้า ทุ่งลุมพลี ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

พิธียกช่อฟ้าอุโบสถ
วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ เมื่อได้ทำการก่อสร้างอุโบสถเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ซึ่งเป็นประธานสงฆ์และเจ้าอาวาสวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ จึงได้จัดพิธีกรรมยกช่อฟ้าอุโบสถ อันเป็นส่วนประกอบของอุโบสถ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

     

พิธีอัญเชิญวิสุงคามสีมา
วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา มีขั้นตอนและวิธีดำเนินการ ตามที่ได้กำหนดไว้ ในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๐๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕

การขอพระราชทานวิสุงคามสีมานั้น เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเพื่อถวายที่ดินบริเวณนั้นให้เป็น สิทธิ์ของสงฆ์ ที่เรียกว่าขอ วิสุงคามสีมา คือ เขตแดนที่ได้พระราชทานแก่สงฆ์ เพื่อใช้เป็นที่ทำสังฆกรรม 
เป็นการแยกส่วนบ้านออกจากส่วนวัด ซึ่งคำว่า วิสุง แปลว่า ต่างหาก ส่วนคำว่า คาม แปลว่า บ้าน การที่ต้องขอพระบรมราชานุญาตเพราะถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของแผ่นดิน การจะกระทำการใดๆ บนพื้นแผ่นดินจึงต้องขอพระบรมราชานุญาตก่อน เมื่อมีพระบรมราชานุญาตพระราชทานที่ดินนั้นเป็น เขตพุทธาวาสแก่หมู่สงฆ์แล้ว ที่ดินที่พระราชทานนั้นก็เป็นสิทธิ์ขาดของพระพุทธศาสนา ซึ่งใครๆ จะทำการซื้อ ขาย จำหน่ายจ่ายโอนมิได้โดยเด็ดขาด ถือเป็นเขตพุทธาวาส คือ เป็นอาวาสหรือเขตแดนของพระพุทธเจ้า และพระพุทธศาสนาหรือสิทธิของพระภิกษุสงฆ์โดยถูกต้องสมบูรณ์

พิธีผูกพัทธสีมา..ฝังลูกนิมิตอุโบสถ
วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ เมื่อได้ทำการก่อสร้างอุโบสถเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ซึ่งเป็นประธานสงฆ์และเจ้าอาวาส วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ จึงได้ขออนุญาตจากทางการเพื่อขอพระราชทาน วิสุคามสีมา เพื่อจัดตั้งเป็น วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ให้ถูกต้องตามกฏหมายบ้านเมือง เมื่อได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้วนั้น จึงได้จัดทำพิธีกรรมทางศาสนาด้วยการจัดพิธีกรรม ฝังลูกนิมิต เพื่อเป็นการบ่งบอกเขตของวิสุงคามสีมาหรือ เขตวัด ให้ถูกต้องตามหลักกฏหมายของบ้านเมือง หรือผูกพัทธสีมา ซึ่งคำว่า “สีมา” ที่แปลว่า “เขตแดน” ซึ่งพระพุทธองค์ได้กำหนดไว้มี ๘ ประการ และเรียกเครื่องหมายบอกเขตแดนนี้ว่า “นิมิต" โดยในสมัยพุทธกาลใช้เครื่องหมายตามธรรมชาติ เช่น ก้อนหิน ต้นไม้ แต่นิมิตเหล่านี้ทำให้การกำหนดเขตแดนที่จะทำสังฆกรรมของสงฆ์ทำได้ยากและมักคลาดเคลื่อน ต่อมาจึงได้มีการพัฒนากำหนดนิมิตขึ้นใหม่อีกประเภทหนึ่งขึ้นแทน คือ เป็นนิมิตที่จัดสร้างหรือทำขึ้นเฉพาะ เช่น ขุดบ่อน้ำ คูน้ำ สระน้ำ และก้อนหิน เป็นเครื่องหมายที่ค่อนข้างถาวรขึ้นแทนและเรียกกันว่า “ลูกนิมิต”ดังที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันรวมถึงมีการเรียกเขตแดนที่ใช้ทำสังฆกรรมนี้ว่า “อุโบสถ หรือ โบสถ์”
ซึ่งสมัยก่อนโบสถ์คงมีลักษณะตามธรรมชาติมากกว่าจะเป็นถาวรวัตถุเช่นปัจจุบัน และเมื่อมี “ลูกนิมิต” เป็นเครื่องหมายบอกเขต ต่อมาก็มีพิธีที่เรียกว่าการ “ฝังลูกนิมิต” ขึ้นด้วย

สร้างอาคารที่พักผู้ปฏิบัติธรรม อาคาร ๓ ชั้น
จากการที่ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญโดยพระครูจันทนิภากร(หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร) มุ่งเน้นการปฏิบัติธรรมไปในหลักของ วิปัสสนากรรมฐานและสมถกรรมฐานตามหลักของพระพุทธศาสนา กอร์ปกับวัดยังมีสถานที่อันสัปปายะ สงบเงียบ สะอาด จึงทำให้มีสาธุชน อุบาสก-อุบาสิกา พร้อมกันนี้วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญยังได้รับแต่งตั้งเป็น "ศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรม ประจำจังหวัดเชียงรา" เพื่อเป็นสถานที่อบรมข้าราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อบรมผู้นำ อ.บ.ต. และผู้นำชุมชน ในจังหวัดเชียงรายอีกประการหนึ่งและได้รับการแต่งตั้งให้เป็น หน่วยอบรมประชาชน ประจำตำบล อ.บ.ต.ธารทอง และยังเป็นวัดกลุ่มเป้าหมาย จัดดำเนินการตามโครงการ "แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง" หมู่บ้านรักษาศีล ๕ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ นั้น ที่พักที่ผู้ปฏิบัติธรรมจึงไม่เพียงพอที่จะรองรับสาธุชน

หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร จึงดำริจัดสร้างอาคารจันทนิภากร ๒ เป็นที่พักสำหรับผู้ปฏิบัติขึ้น ได้รับการถวายแบบอาคารจาก คุณพรเดช อุยะนันนท์ และยังปวารณาดูแลให้คำปรึกษาในการก่อสร้างอาคาร รูปแบบเป็นอาคาร ๓ ชั้น ซึ่งมีจำนวนห้องพัก ๓๒ ห้อง แต่ละห้องบรรจุผู้เข้าปฏิบัติธรรมให้พักได้ห้องละ ๘-๑๐ ท่าน โดยมีสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาค ช่วยอุดหนุนในการจัดสร้างตามกำลังทรัพย์ สร้างความสะดวกปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติธรรมได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยอาคารหลังนี้ได้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๗ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ ๑ ปี อาคารจึงเสร็จสมบูรณ์ สามารถใช้เป็นที่พักสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมได้อย่างดียิ่ง

การสร้างโรงทานพระ(ธรรม)
หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร มีดำริในการจัดสร้างโรงทานวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ สำหรับเป็นที่พักฉันภัตตาหาร
สืบเนื่องเมื่อมีงานปฏิบัติธรรมแล้วเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนัก จนทำให้พระภิกษุสงฆ์และสาธุชนได้รับความลำบาก ไม่มีพี่พักเพื่อสำหรับนั่งฉันภัตตาหาร และสาธุชน อุบาสก-อุบาสิกา ผู้ปฏิบัติธรรมก็ได้รับความเดือดร้อน ต้องพากันวิ่งหลบฝนเป็นทีโกลาหล สถานที่รองรับภายในวัดโดยส่วนมากก็เป็นพื้นที่โล่งสำหรับตั้งโต๊ะให้นั่ง ใต้ต้นไม้ แต่เมื่อมีฝนตกลงมาก็ทำให้พื้นที่เหล่านั้นเปียกแฉะไม่สามารถใช้งานได้

การก่อสร้างศาลาโรงฉัน โรงทาน จึงเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ โดยหลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ท่านได้เมตตาขอแรงจากพระภิกษุสงฆ์ภายในวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญและจ้างแรงงานชาวบ้านอีกบางส่วน เพื่อร่วมกัน ดำเนินการก่อสร้างศาลาโรงทานหลังนี้ และได้รับสนับสนุนจากท่านผู้มีจิตเมตตาในบางหน่วยงานและจากศรัทธาสาธุชนที่ได้เข้าไปร่วมปฏิบัติธรรม ที่เห็นถึงความจำเป็นของการก่อสร้างโรงทานหลังนี้ การก่อสร้างจึงดำเนินการเรื่อยมา จนกระทั่งเริ่มใช้งานได้บางส่วนและยังต้องปรับปรุงจนกว่าจะแล้วเสร็จต่อไป


 
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

วัดในสังฆราชูปถัมภ์

วันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ได้รับพระเมตตาจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงรับวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญไว้เป็น วัดในสังฆราชูปถัมภ์ และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหน่วยอบรมประชาชน ประจำตำบล อ.บ.ต.ธารทอง และยังเป็นวัดกลุ่มเป้าหมาย จัดดำเนินการตามโครงการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง หมู่บ้านรักษาศีล ๕ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ และได้รับแต่งตั้งเป็น "ศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรม ประจำจังหวัดเชียงราย" เพื่อเป็นสถานที่อบรมข้าราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อบรมผู้นำ อ.บ.ต. และผู้นำชุมชนในจังหวัดเชียงรายอีกประการหนึ่งด้วย     

 




 
 

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
   
 

๕๐ สถานปฏิบัติธรรม
กับการท่องเที่ยวไทย(ททท.)

วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ

เนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับหอจดหมายเหตุพุทธทาส สวนโมกข์กรุงเทพฯ ได้จัดทำหนังสือแนะนำ ๕๐ สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทยให้ถึงธรรม โดย ๑ ใน ๕๐ สถานที่ปฏิบัติธรรมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้แนะนำ และบรรจุลงในหนังสือดังกล่าวนี้ คือ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งมา ณ โอกาสนี้

                        
                    

                    
               

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
        วัดดีเด่นประจำจังหวัด

          วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ได้รับการแต่งตั้งเป็นวัดดีเด่น ประจำจังหวัดเชียงรายโดยการสำรวจคัดเลือก
          จากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดและได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็นสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่น
          จากสำนักงานพระพุทธศานาแห่งชาติประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๔

      
พระครูจันทนิภากร(หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร) เข้ารับใบประกาศเกียรติคุณ
"วัดดีเด่นประจำจังหวัดปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้มีเมตตามอบให้กับวัดทั้งสิ้นจำนวน ๔๕ วัด
     
   

          ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีนโยบายส่งเสริมพัฒนาในเชิงยกระดับให้มีคุณภาพ และมาตรฐานในการดำเนินกิจการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยประสานแจ้ง สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ให้สำรวจและพิจารณาคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบมหาเถรสมาคมว่าด้วยสำนัก
ปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดเพื่อเสนอเป็น สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ นั้น


         บัดนี้ คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกสำนักปฎิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่งตั้งได้พิจารณาคัดเลือกสำนักปฎิบัติธรรมประจำจังหวัด ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด สมควรได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็นสำนักปฏิบัติธรรม ประจำจังหวัดดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ จำนวน ๔๕ แห่ง เรียบร้อยแล้ว จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันดังต่อไปนี้

  1. วัดปุรณาวาส ต.ศาลาธรรมสพน์ อ.ทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
  2. วัดโสมนัสวิหาร ต.วัดโสมนัสวิหาร อ.ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ10100(ธ)
  3. วัดปทุมวนาราม ถ.พระราม 1 ต.ปทุมวัน อ.ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (ธ)
  4. วัดวังขนายทายิการาม ต.วังขนาย อ.ท่าม่วง กาญจนบุรี 71110
  5. วัดประชานยม 84 ถ.ถีนานนท์ ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง กาฬสินธุ์ 46000 (ธ)
  6. วัดเขาดิน ต.บางวัว อ.บางปะกง ฉะเชิงเทรา 24130
  7. วัดกรุณา ต.บางหลวง อ.สรรพยา ชัยนาท 17150
  8. วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ 395 ม.11 ต.ธารทอง อ.พาน เชียงราย 57250
  9. วัดพระธาตุดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่ 50000
  10. วัดห้วยจระเข้ 447 ถ.พิพิธประสาท ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง นครปฐม 73000
  11. วัดน้อยโพธิ์คำ ต.ในเมือง อ.เมือง นครพนม 48110
  12. วัดป่าหนองหิน ต.จักราช อ.จักราช นครราชสีมา 30230 (ธ)
  13. วัดพระมหาธาตุ ต.ในเมือง อ.เมือง นครศรีธรรมราช 80000 (ธ)
  14. วัดชลธาราวาส (วัดร่อน) 81 ม.2 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ นราธิวาส 96130
  15. วัดขุนก้อง 224 ถ.โชคชัย-เดชอุดม ต.นางรอง อ.นางรอง บุรีรัมย์ 31110
  16. วัดซอยสามัคคี ต.คูคต อ.ลำลูกกา ปทุมธานี 12150
  17. วัดเขาอิติสุคโต ต.หัวหิน อ.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110
  18. วัดตาลเอน ม.1 ต.ตาลเอน อ.บางปะหัน อยุธยา 13220
  19. วัดอนาลโยทิพยาราม ต.สันป่าม่วง อ.เมือง พะเยา 56000 (ธ)
  20. วัดสวนร่มบารมี 99 ม.1 ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิราม พิษณุโลก 65180
  21. วัดลิ้นช้าง ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง เพชรบุรี 76160
  22. วัดพระบาทมิ่งเมือง ต.ในเวียง อ.เมือง แพร่ 54000
  23. วัดรัตนวราราม ต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว พัทลุง 93140
  24. วัดบรรพตมโนรมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง มุกดาหาร 49000
  25. วัดขุนพรหมดำริ ต.ท่าสองคอน อ.เมือง มหาสารคาม 44000
  26. วัดเมืองยะลา ต.สะเตง อ.เมือง ยะลา 95000
  27. วัดสุวรรณคีรีวิหาร ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง ระนอง 85000
  28. วัดมาบข่า ต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนา ระยอง 21180
  29. วัดสิริจันทรนิมิตร ต.เขาพระงาม อ.เมือง ลพบุรี 15160 (ธ)
  30. วัดพระเจดีย์ซาวหลัง 268 ม.12 ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง ลำปาง 52000
  31. วัดพระธาตุดอยเวียง ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ ลำพูน 51180
  32. วัดเกียรติแก้วสามัคคี ต.ศรีแก้ว อ.ศรีรัตนะ ศรีสะเกษ 33240
  33. วัดอาจาโรรังสี 109 ม.4 ต.ไร่ อ.พรรณานิคม สกลนคร 47130 (ธ)
  34. วัดทรายขาว ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง สงขลา 90000
  35. วัดลาดเป้ง ต.นางตะเคียน อ.เมือง สมุทรสงคราม 75000
  36. วัดโยธินประดิษฐ์ ต.สำโรง อ.พระประแดง สมุทรปราการ 10130
  37. วัดสิงห์สุทธาวาส ต.โพสังโฆ อ.ค่ายบางระจัน สิงห์บุรี 16150
  38. วัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี 72140
  39. วัดพัฒนาราม ต.ตลาด อ.เมือง สุราษฎร์ธานี 84000
  40. วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ต.จรัส อ.บัวเชด สุรินทร์ 32230 (ธ)
  41. วัดยอดแก้ว ต.จุมพล อ.โพนพิสัย หนองคาย 43120
  42. วัดศิริธรรมพัฒนา ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา หนองบัวลำภู 39270
  43. วัดบ้านแขม ต.หัวดอน อ.เขื่องใน อุบลราชธานี 34150
  44. วัดนาหลวงถ้ำเก้ง ภูย่าอู่ บ้านนาหลวง ม.4 ต.คำด้วง อ.บ้านผือ อุดรธานี 41160
  45. วัดบ้านเก่าบ่อ ต.หนองแก้ว อ.หัวตะพาน อำนาจเจริญ 37240

ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

รับรางวัลหน่วยอบรมประจำตำบลดีเด่น

วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหน่วยอบรมดีเด่นประจำตำบล โดยได้รับรางวัลหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล(อ.ป.ต.)ดีเด่น ๑๖ จังหวัดหนเหนือคณะสงฆ์ภาค ๔ โดยพระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือเมตตาเป็นประธานในการมอบรางวัล ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา จ.นครสวรรค์ โดยหลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ประธานสงฆ์เป็นองค์แทนรับรางวัลในนามวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ต.ธารทอง อ.พาน จ.เชียงราย

     

 
     

หน่วยอบรมศีล ๕

ัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ได้รับมอบหมายให้เป็นสถานที่เป็นหน่วยอบรมโครงการศีล ๕ สัญจรบวรธรรม เป็นวัดกลุ่มเป้าหมายจัดดำเนินการตามโครงการแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง หมู่บ้านรักษาศีล ๕ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ และยังจัดอบรมให้กับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานเอกชนต่างๆ

** **
         

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

** **
         

  กิจกรรมการปฏิบัติธรรมประจำปี

  • งานปริวาสกรรมสำหรับพระภิกษุทั่วประเทศ วันที่  ๑-๑๐  กุมภาพันธ์ ของทุกปี
  • งานปริวาสกรรมสำหรับพระภิกษุทั่วประเทศ ก่อนกำหนดการเข้าพรรษาของ
    พระภิกษุ ๑๕ วัน ของทุกปี (โดยนับจากวันแรกของปฏิทินการเข้าพรรษา
    ประจำปีนั้นๆ ย้อนหลังลงมา ๑๕ วัน ตรงกับวันไหนก็ถือเอาวันที่นั้นเป็นวันแรก
    ของการขอเข้าอยู่ปริวาสกรรมก่อนเข้าพรรษาจำนวน ๑๐ วัน ทั้งนี้เมื่อ
    ออกอัพภานก็จะมีเวลาเหลืออีก ๕ วันก่อนเข้าพรรษาไว้เพื่อความสะดวกสำหรับ
    พระภิกษุที่จะตัดสินใจเดินทางไปอยู่จำพรรษายังวัดใดวัดหนึ่งในพรรษานั้นๆ ของพระภิกษุ
  • จัดปฏิบัติธรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ๓-๕ วัน ตลอดปี
  • จัดปฏิบัติธรรมวันหยุดสงกรานต์ ๓-๕ วัน และสรงน้ำพระมุทิตาจิตในวันที่ ๑๖ เมษายน
  • จัดปฏิบัติธรรมวันวิสาขบูชาของทุกปีสำหรับประชาชนทั่วไปทุกหมู่เหล่า
  • จัดปฏิบัติธรรมวันแม่แห่งชาติ ๓-๕ วัน เป็นประจำทุกปี
  • จัดปฏิบัติธรรมวันพ่อแห่งชาติ ๓-๕ วัน เป็นประจำทุกปี
  • จัดอบรมสำหรับหน่วยงานข้าราชการตามที่หน่วยงานต่างๆ ได้กำหนดมา
  • จัดอบรมสำหรับองค์กรเอกชนต่างๆ ตามที่องค์กรได้กำหนดมา
  • จัดอบรมสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตามที่สถาบันการศึกษาได้กำหนดมา
    โดยได้มีครู คณาจารย์ นำนักเรียน นิสิต นักศึกษามาให้ทางศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ
    จัดอบรมคุณธรรม-จริยธรรมและความประพฤติเป็นประจำตลอดทั้งปี
    ทั้งนี้เพื่อช่วยขัดเกลาจิตใจเยาวชนของชาติ ให้มีความประพฤติดี มีระเบียบวินัย และมองเห็นโทษภัยที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน
  • เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ารับการปฏิบัติธรรม ๓-๕-๗ วัน ตลอดทั้งปี
    ในแต่ละปีจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดประมาณ ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คน
  • จัดปฏิบัติธรรมวันขึ้นปีใหม่ ๓๑ ธันวาคม-๑ มกราคม ทุกปี

ศาสนวัตถุภายในวัด 

  1. อุโบสถวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ขนาดกว้าง ๒๐ x ๔๐ เมตร จำนวน ๑ หลัง         
    ก่อสร้างเป็นศิลปแบบล้านนาประยุกต์ ออกแบบถวายโดยสถาปนิกของกรมศิลปากร
    และได้รับพระเมตตาจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
    โปรดประทานตราสัญลักษณ์ ญ.ส.ส. เพื่ออัญเชิญขึ้นประดับหน้าบันอุโบสถ

  2. พระพุทธรูป จำนวน ๙ องค์ โดยพระพุทธรูปองค์ประธานในอุโบสถได้รับพระเมตตาจาก
    สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายกโปรดประทานพระนามว่า
    พระพุทธสุวรรณติโลกนาถปุญญาวาสสถิต และโปรดประทานตราสัญลักษณ์ ญ.ส.ส.
    เพื่ออัญเชิญขึ้นประดับบนผ้าทิพย์ฐานรองพระพุทธรูป
  3. ซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป จำนวน ๔ ซุ้ม, พระพุทธรูปประธาน จำนวน ๙ องค์
    ประดิษฐานตรงจุดที่สำคัญ เช่น ในถ้ำ ลานปฏิบัติธรรม, ศาลาจันทนิภากร ๑, ศาลาธรรม ๑ ฯลฯ
  4. สันติธาตุเจดีย์ เป็นพระธาตุเจดีย์ จำนวน ๑ องค์ ซึ่งได้บรรจุพระธาตุไว้ตรงปลายยอดสันติธาตุเจดีย์
  5. ศาลาปฏิบัติธรรมจำนวน ๒ หลัง
    ศาลาปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ประจำจังหวัดเชียงราย แห่งที่ ๕ หรือ
       ศาลาปฏิบัติธรรมจันทนิภากร ๑
    มีขนาดพื้นที่ กว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๖๐ เมตร
       เป็นศาลาปฏิบัติธรรมที่สามารถบรรจุผู้ปฏิบัติธรรมได้ประมาณ ๑,๐๐๐-๑,๒๐๐ คน
       ซึ่งใช้สำหรับการจัดอยู่ปริวาสกรรมของพระภิกษุสงฆ์ในช่วงฤดูฝน
       หรือการจัดอบรมเป็นหมู่คณะของหน่วยงานต่างๆ
    ศาลาปฏิบัติธรรม ๑ เป็นศาลาเล็กบรรจุผู้ปฏิบัติธรรมได้ประมาณ  ๑๐๐-๑๕๐ คน
       สำหรับปฏิบัติธรรมระยะสั้น หรือที่มีผู้ร่วมปฏิบัติะรรมน้อยกว่า ๑๐๐ คน
       แต่ในปัจจุบันนี้ทางวัดได้ใช้เป็นหอฉัน และใช้ศาลาจันทนิภากร ๑
       ในการปฏิบัติธรรมแทน
  6. ลานปฏิบัติธรรม ๑ แห่ง หรือ ลานธรรม"
    เป็นลานโล่งขั้นบันได ภายใต้ป่าโปร่งเป็นธรรมชาติ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม มีลมพัดเย็นสบาย 
    เป็นสถานที่สัปปายะเหมาะสำหรับใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เช่น
    การอบรมการปฏิบัติธรรม การจัดอยู่ปริวาสกรรมสำหรับพระภิกษุสงฆ์จากทั่วประเทศ
    ในช่วง ๑-๑๐ กุมภาพันธ์และปริวาสกรรมก่อนเข้าพรรษา ๑๕ วัน สำหรับพระภิกษุสงฆ์
    การจัดกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนา เช่น
    ปฏิบัติธรรมวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ
  7. กุฏิประธานสงฆ์ จำนวน ๑ หลัง
    สำหรับใช้ประโยชน์เพื่อไว้เป็นที่ต้อนรับพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่
    พระเถระที่เมตตามาเป็นประธานเจ้าพิธีในกิจกรรมต่างๆ ทางพระพุทธศาสนา
  8. กุฏิพระสงฆ์จำนวน ๒๗ หลัง
    สำหรับไว้ต้อนรับพระภิกษุสงฆ์ที่แวะเวียนเดินธุดงค์มาพักปฏิบัติธรรมที่
    ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญแห่งนี้
  9. กุฏิแม่ชี จำนวน ๙ หลัง
    เพื่อสำหรับไว้เป็นพักของแม่ชีและอำนวยความสะดวกแก่อุบาสก–อุบาสิกาที่มารักษาศีล
    ปฏิบัติธรรม(บวชชีพราห์ม)หรือเนกขัมมะที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้
  10. อาคารที่พักผู้ปฏิบัติธรรม จันทนิภากร ๒ เป็นอาคาร ๓ ชั้น จำนวน ๓๒ ห้อง
    เป็นอาคารที่ก่อสร้างขึ้นใหม่เพื่อใช้สำหรับไว้เป็นที่พักผู้ปฏิบัติธรรม
  11. แท่นฐานซุ้มสำหรับปักกลดของพระภิกษุสงฆ จำนวน ๒๐๐ แท่น
    เพื่อสำหรับให้พระภิกษุสงฆ์ปักกลดปฏิบัติธรรมและการอยู่ปริวาสกรรม
    เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนที่ตกลงมานองพื้น ไหลทะลักเข้าไปภายในซุ้มกลดของพระภิกษุสงฆ์
  12. โรงทานจำนวน  ๑  หลัง
    เพื่อสำหรับใช้เป็นโรงทานเตรียมภัตตาหารในยามที่มีการประกอบกิจกรรม
    ทางพระพุทธศาสนา และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแด่่พระภิกษุ สามเณร
    อุบาสก อุบาสิกาที่แวะเวียนมาปฏิบัติธรรม
  13. ถังกรองน้ำ ๒ ถัง แท็งค์น้ำจำนวน ๕๑ แท็งค์
    สำหรับใช้ประโยชน์ในการอุปโภคภายในสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้
  14. สระน้ำ จำนวน ๒ สระ
    เพื่อเก็บกับน้ำประปาภูเขา สำหรับใช้ในการอุปโภคภายในสถานที่ปฏิบัติธรรมนี้
  15. ห้องน้ำ–ห้องสุขา ประมาณ ๘๐ ห้อง
    แยกเป็นของพระภิกษุสงฆ์ และอุบาสก อุบาสิกาออกจากกัน  

ในปัจจุบันนี้ จะมีพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เนกขัมนารี อุบาสก  อุบาสิกา  นักเรียน นิสิต
นักศึกษา ข้าราชการ  พนักงานรัฐวิสาหกิจ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเดินทางมา
ปฏิบัติธรรมอยู่เสมอตลอดทั้งปี
           
นอกจากนี้หน่วยงานต่างๆ เช่น หน่วยงานราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานเอกชน นิสิต นักศึกษา โรงเรียน นำพนักงาน นิสิต นักศึกษา นักเรียนมาเข้ารับอบรบเป็นหมู่คณะมิได้ขาด

      
ฝึกตนให้มีวินัย ฝึกใจให้มีธรรมะ จะชนะกิเลสมาร เป็นทางของความสุข พ้นทุกข์นิรันดร์
เชิญให้รางวัลกับชีวิตมาเจริญจิตตภาวนา พาสุขใจ

    กิจกรรม

 
 
 
รางวัลเสมาธรรมจักร
รางวัลดีเด่นในด้านส่งเสริม
การปฏิบัติธรรมแก่มหาชน
โดยทั่วไป หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร
เข้ารับรางวัล เสมาธรรมจักร
จาก สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ

อ่านต่อ >>
  เจ้าคณะตำบลธารทอง
วันพุธ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘ เวลา
เวลา ๐๙.๐๙ น.ได้มีพิธีรับมอบ
ตราตั้ง แต่งตั้ง พระครูจันทนิภากร
(ลพ.ถวิล จนฺทสโร)ที่ จต.ธารทอง

โดยมี พระเทพสิทธินายก จจ.
เชียงราย เมตตาเป็นประธานสงฆ์
ณ พุทธมณฑล เชียงราย
 อ่านต่อ >>
  การอบรมหน่วยงาน
เป็นกิจกรรมที่องค์กร หรือ
หน่วยงานทั้งของรัฐ และ
เอกชนได้นำบุคลากรมาฝึก
อบรมความประพฤติเพื่อฝึก
สติใคร่ครวญเพื่อประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลของ
อ่านต่อ >>
  การอบรมเยาวชน
เป็นกิจกรรมที่คณาจารย์
จากมหาวิทยาลัยและโรงเรียน
ได้นำเยาวชนมาฝึกอบรมนิสัย
ความประพฤติเพื่อฝึกอบรมจิตใจ
ให้เป็นคนดีของพ่อ-แม่ ของสังคม
และของชาติให้ห่างไกลจาก
ยาเสพติด
อ่านต่อ >>
         
 
 
 
รับฟังพระธรรมเทศนา
รับฟังพระธรรมเทศนาในรูปแบบ
MP3 ที่พระครูจันทนิภากร
(ลพ.ถวิล จนฺทสโร)ได้เมตตา
แสดงธรรมในโอกาสต่างๆ
ทั้งการปฏิบัติธรรม
วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ และ
ภายนอกสถานที่รับนิมนต์
อ่านต่อ
>>
รับชมวีดีทัศน์ธรรม
รับชมวีดีทัศน์ธรรมเทศนา
ในโอกาสต่างๆ ที่หลวงพ่อ
ได้เมตตารับแสดงธรรม
ตามสถานที่และวาระต่างๆ

อ่านต่อ >>
  เชิญปฏิบัติและฟังธรรม
ณ ชั้น ๘ อาคารมาลีนนท์(ตึกข่าว)
ไทยทีวีสีช่อง ๓ ถนนพระราม ๔
แขวง คลองเตย ในโครงการ
"ธรรมะคือ คุณากร"กับ
หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร
www.phuttha.com

  ชมภาพกิจกรรมวัดถ้ำฯ
ชมภาพกิจกรรมต่าง ๆ ของ
วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญในทุกๆ
กิจกรรมที่พระภิกษุสงฆ์ และ
สาธุชนได้ร่วมทำกิจกรรมการ
ปฏิบัติธรรม

อ่านต่อ >>
             
 
 
 
การบรรพชา-อุปสมบท
วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ โดยมี
หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร เป็นพระอุปัชฌาย์
  กองทุนเผยแผ่ธรรม
"สัพพทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ"
การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง
ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา
ร่วมบริจาคสมทบกองทุน
เผยแผ่ธรรม
อ่านต่อ >>
  สนง.แม่กองธรรม
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง
ท่านสามารถตรวจสอบ
วัน เวลา การสอบนักธรรม
ได้ที่นี่ 
อ่านต่อ >>
  

 

การอบรมเยาวชน
เป็นการอบคุณคุณธรรม-จริยธรรม
นิสิต นักศึกษา นักเรียน และ กศน.

           
     


วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ

ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ ประจำจังหวัดเชียงราย  :  ศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรมประจำจังหวัดเชียงราย
๓๙๕ หมู่ ๑๑ ตำบลธารทอง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ๕๗๒๕๐ โทรศัพท์ (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕ โทรสาร (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕

website : www.watthumpra.com / www.watthampra.com             email :
info@watthumpra.com / watthampra@hotmail.com