: : ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถานปฏิบัติธรรม กับธรรมชาติที่สัปปายะ ป่าไม้ ถ้ำ และภูเขา บนเนื้อที่ ๘๐ ไร่
.....
หน้าแรก >>    
....
  .

       วันมาฆบูชา         
      
วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์
            ตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ (หรือ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ในปีอธิกมาส)          
     

 


“มาฆะ”
 เป็นชื่อเรียกของเดือน ๓ ส่วนคำว่า “มาฆบูชา” ย่อมาจากคำว่า “มาฆปุรณมีบูชา” แปลว่า
“การบูชาพระในวันเพ็ญเดือน ๓” ดังนั้น วันมาฆบูชาจึงตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓
(หรือ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ในปีอธิกมาส) ถือเป็น“ันจาตุรงคสันนิบาต” นับจากที่พระพุทธเจ้า
ตรัสรู้มาเป็นเวลา ๙ เดือนแล้ว

เมื่อถึงวันเพ็ญกลางเดือน ๓ พระองค์ได้เสด็จไปประทับ ณ เวฬุวนาราม เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ
ครั้งนั้นได้มี พระอรหันต์ จำนวน ๑,๒๕๐ รูป ซึ่งแบ่งเป็นพระอรหันต์ที่อยู่ในคณะของพระอุรุเวล
กัสสปเถระ พระนทีกัสสปเถระ และพระคยากัสสปเถระ รวม ๑,๐๐๐ รูป กับพระอรหันต์ที่อยู่ในคณะ
ของพระสารีบุตรเถระและพระโมคคัลลานะเถระ ๒๕๐ รูป รวมทั้งสองคณะเป็น ๑,๒๕๐ รูปได้พร้อมกัน
ไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การมาประชุมใหญ่ของพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า
ในครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์มหัศจรรย์ในสมัยพุทธกาล จึงเรียกเหตุการณ์ในคราวนั้นว่า
“
จาตุรงคสันนิบาต”
 แปลว่า “ความประชุมประกอบด้วยองค์ ๔" ในอรรถกถาทีฆนขสูตร
ได้แสดงไว้ว่า องค์ ๔ คือ พระสาวกที่มาประชุมกันเป็นมหาสันนิบาต นั้นคือ

     ๑.  พระสงฆ์ จำนวน ๑,๒๕๐ รูป ซึ่งจาริกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในที่ต่าง ๆ เดินทางมาเฝ้า
           พระพุทธเจ้า ณ เวฬุวันวนาราม  กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ
     ๒.  พระสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ รูป เหล่านั้น ล้วนเป็นพระอรหันต์ และได้รับการบวชจากพระพุทธเจ้า
           โดยตรงด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา
     ๓.  พระสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ รูป เหล่านั้น ต่างมาประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้มีการนัดหมาย
     ๔.  วันเพ็ญเดือนมาฆะ”คือวันเพ็ญกลางเดือน ๓ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนา
           อันเป็น“หัวใจของพระพุทธศาสนา” คือ“โอวาทปาติโมกข์”และ วันมาฆบูชา ในอีก
           ๔๕ พรรษา ต่อมาพระบรมศาสดาได้ทำการ “ปลงมายุสังขาร” ณ ปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลี
           แคว้นวัชชี ซึ่งการปลงมายุสังขารของพระบรมศาสดาในครั้งนี้ ก็ทำให้อีก ๓ เดือนต่อมา
           พระพุทธองค์ก็เสด็จดับขันธปรินิพพานในวันวิสาขบูชา

 การมาประชุมใหญ่ของพระอรหันต์สาวกโดยมิได้มีการนัดหมายในครั้งนั้น พระพุทธเจ้าทรงเห็นเป็น
 นิมิตอันดีจึงได้เสด็จท่ามกลางพระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูปเหล่านั้นและได้ทรงประทานพระโอวาทที่เรียกว่า
 “โอวาทปาติโมกข์”
 (พุทธ.๒/๕-๖)

 มหาสันนิบาตนี้ได้มี ณ เวฬุวันวนาราม ในวันมาฆปุณณมี ในอรรถกถาแห่งพระสูตรดังกล่าว
 (ป.สู. ๓/๑๙๗) ได้กล่าวว่ามหาสันนิบาตนั้นได้มีในวันที่ พระสารีบุตร สำเร็จเป็นพระอรหันต์ คือ
 เมื่อพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมแก่ปริพาชกชื่อ ทีฆนขะ พระสารีบุตรได้นั่งถวายงานพัด
ได้ฟังอยู่ด้วย เมื่อทรงแสดงธรรมจบแล้ว พระสารีบุตร ก็มีจิตพ้นจากอาสวะในขณะนั้นเวลายังเป็น
กลางวันอยู่  พระพุทธเจ้าจึงได้เสด็จลงจากเขาคิชกูฏและเสด็จมาสู่พระเวฬุวัน ก็ทรงแสดงพระโอวาท
ในมหาสันนิบาต  ดังกล่าวนั้นในวันมาฆปุณณมี ซึ่งเหตุการณ์นี้แสดงว่าท่านพระสารีบุตรได้เป็นผู้
เสร็จกิจในวันมาฆปุณณมี นั้น คือในวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง พระโอวาทปาติโมกข์

 

 



         

อ่านต่อหน้า >> 1 I มาฆ I มาฆ I วิสาข I วิสาข I วิสาข I อาสาฬ I อาสาฬ I เข้าพรรษา I เข้าพรรษา I ออกพรรษาเทโว                          

วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ
ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ ประจำจังหวัดเชียงราย  :  ศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรมประจำจังหวัดเชียงราย
๓๙๕ หมู่ ๑๑ ตำบลธารทอง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ๕๗๒๕๐ โทรศัพท์ (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕ โทรสาร (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕

website : www.watthumpra.com / www.watthampra.com             email : info@watthumpra.com