: : ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถานปฏิบัติธรรม กับธรรมชาติที่สัปปายะ ป่าไม้ ถ้ำ และภูเขา บนเนื้อที่ ๘๐ ไร่ ..วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ

  .

                     
       วันเข้าพรรษา
       
วันที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติให้พระภิกษุจำพรรษา ๓ เดือน
             ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ หรือ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ หลัง ในปีอธิกมาส          
     

 

ความเป็นมา :

กล่าวถึงการบัญญัติพระวินัยเรื่องการเข้าพรรษาไว้ในพระไตรปิฏก กล่าวคือสมัยเมื่อพระพุทธเจ้า
ได้ทรงประกาศธรรม สั่งสอน ธรรม ได้มีผู้เลื่อมใสศรัทธาในพระธรรมของพระพุทธเจ้า จึงได้เข้ามาอุปสม
บรรพชาเป็นพระภิกษุมากขึ้นซึ่งเวลานั้น พระพุทธ เจ้ายังมิได้ทรงบัญญัติให้ิ้พระภิกษุจำพรรษา ดังนั้น
พระภิกษุจึงเที่ยวจาริกตลอดฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ทำให้คนทั้งหลายติเตียนที่พระภิกษุ
ได้เที่ยวจาริกไปตลอดฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน อีกทั้งได้เผลอเหยียบย่ำต้นข้าว แปลงนา
พืชพันธัญหาร พืชผลทางการเกษตรเสียหาย และอาจเบียดเบียนสัตว์เล็กสัตว์น้อยจำนวนมากจนตาย
นอกจากนี้คนทั้งหลาย ได้บอกให้ดูอย่างพวกนอกศาสนาที่ยังหยุดพักในช่วงฤดูฝน เมื่อพระภิกษุ
ได้ยินคนพวกนั้นติเตียน จึงนำเรื่องการถูกติเตียนนี้ กราบทูลแด่พระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าทรง
รับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า

        “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายจำพรรษาตลอดถ้วนไตรมาส ๓ เดือน”

พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติให้พระภิกษุจำพรรษาในฤดูฝนตลอดระยะเวลา  ๓  เดือน
โดยวันเข้าพรรษาที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตมีอยู่  ๒  วัน  คือ

     ๑.  ปุริมิกา  หรือ  ปุริมพรรษา  หรือ วันเข้าพรรษาต้น
           ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ หรือ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ หลัง ในปีอธิกมาส
           (วันถัดจากวันอาสาฬหบูชา) และออกพรรษาในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑
     ๒.  ปัจฉิมิกา หรือ ปัจฉิมพรรษา หรือ วันเข้าพรรษาหลัง
           ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๙ ซึ่งบัญญัติไว้ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถเข้าพรรษาต้น
           ก็ให้เลื่อนไปเข้าพรรษาในวันแรม ๑ ค่ำเดือน ๙ ก็ได้ และไปออกพรรษา
           ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒

การเข้าพรรษา คือ การที่พระภิกษุสงฆ์ตกลงตั้งใจว่าจะอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งตลอดถ้วน
ไตรมาส ๓ เดือนในฤดูฝนโดยเมื่อตกลงใจที่จะอยู่จำพรรษาที่วัดใดแล้วในช่วงตลอดระยะเวลา ๓ เดือน
นั้นพระภิกษุสงฆ์ไม่อาจเปลี่ยนแปลงที่อยู่จำพรรษา โดยไม่มีเหตุจำเป็นอันมีบัญญัตไว้ในพระวินัย 
หากพระภิกษุรูปใดฝ่าฝืนถือว่าอาบัติ ซึ่งการอยู่จำพรรษานี้ถือเป็นข้อ ปฏิบัติสำหรับพระภิกษุโดยตรง
โดยมีพระวินัยบัญญัติไว้ให้พระภิกษุสงฆ์ปฏิบัติตามทุกรูป และละเว้นไม่ได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ แต่อย่างไร
ก็ตามพระพุทธเจ้าได้ทรงอนุโลมให้เดินทางได้ในระหว่างพรรษา เรียกว่า“สัตตาหกรณียะ”  คือ มีกิจ
จำเป็นซึ่งพระวินัยได้อนุญาตให้ไปค้างแรมที่อื่นได้ 
โดยมีข้อจำกัดว่าจะต้องกลับมายังสถานที่ที่อยู่
จำพรรษาเดิมภายใน ๗  วัน ซึ่งกรณีที่พระพุทธเจ้าทรงอนุโลมได้แก่

     ๑.  เมื่อทายก ทายิกา ปราถนาจะบำเพ็ญกุศลแล้วมานิมนต์ ก็ให้ไปเพื่อรักษาศรัทธาได้
     ๒.  ถ้าสงฆ์ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งเกิดอธิกรณ์ขึ้น ก็ให้ไปเพื่อระงับอธิกรณ์ได้
     ๓.  ถ้าบิดา มารดา ญาติ พี่น้อง พระอุปัชฌาย์เป็นไข้เจ็บป่วย เมื่อทราบก็ให้ไปได้
     ๔.  พระวิหารในที่แห่งอื่นเกิดชำรุดเสียหาย ให้ไปหาาสิ่งของเพื่อมาปฏิสังขรพระวิหารนั้นได้            
     ๕.  เมื่อถูกสัตว์ร้ายรบกวน ถูกโจรปล้น พระวิหารถูกไฟไหม้ หรือถูกน้ำท่วมก็ให้ไปจากที่นั้นได้     
     ๖.  เมื่อชาวบ้านถูกโจรปล้น อพยพหนีไป ก็ให้ไปกับพวกชาวบ้านได้ โดยให้ไปกับชาวบ้านที่มีความ
          เลื่อมใสศรัทธาสามารถที่จะให้ความอุปถัมภ์ได้
     ๗. เมื่อที่ใดเกิดความขาดแคลนอาหารหรือยารักษาโรค ขาดผู้อุปถัมภ์บำรุง ได้รับความลำบาก
          ก็อนุญาตให้ไปจากที่นั้นได้
     ๘.  ถ้าหากมีผู้เอาทรัพย์มาล่อ ก็อนุญาตให้ไปจากที่นั้นได้
     ๙. หากภิกษุสงฆ์หรือภิกษุณีสงฆ์แตกกัน หรือมีผู้พยายามจะให้แตกกัน ถ้าการไปจากที่นั้น
          สามารถระงับการแตกกันได้ ก็อนุญาตให้ไปได้


ธรรมเนียมปฏิบัติในวันเข้าพรรษา

๏ ธรรมเนียมสงฆ์
ธรรมเนียมปฏิบัติในวันเข้าพรรษาจะเป็นพิธีทางสงฆ์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัติของพระภิกษุุนั้น
จะเริ่มตั้งแต่ก่อนจะถึง วันเข้าพรรษา เมื่อพระภิกษุสงฆ์ท่านได้ตกลงตั้งใจที่จะอยู่จำพรรษาที่วัดใดตลอด
ถ้วนไตรมาส ๓ เดือนนั้นแล้ว พระภิกษุจะทำ การซ่อมแซมเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมให้อยู่ในสภาพที่ดี
เหมาะแก่การใช้เป็นที่อยู่อาศัย ตลอดจนปัดกวาดเช็ดถูให้สะอาด สำหรับสาเหตุุที่ต้องดูแลเสนาสนะ
ให้มั่นคงและสะอาดก็เพื่อจะได้ใช้บำเพ็ญสมณกิจในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาได้เต็มที่ไม่ต้องกลัวฝน
จะรั่วรด อุโบสถในขณะที่ทำสังฆกรรมไหว้พระสวดมนต์

เมื่อวันเข้าพรรษาเวียนมาบรรจบ พระภิกษุสามเณรทั้งหมดภายในวัดจะเตรียมดอกไม้ ธูป เทียนใส่พาน
หรือภาชนะที่สมควร เพื่อใช้สักการะปูชนียวัตถุต่าง ๆ ในวัดและใช้ทำสามีจิกรรม คือ การทำ
ความเคารพกัน ตามธรรมเนียมของพระภิกษุสามเณรในระหว่างผู้ใหญ่กับผู้น้อยตามธรรมเนียมสงฆ์
โดยจะเตรียมให้พร้อมก่อนกำหนดเวลา และการประกอบพิธีดังกล่าวต้อง ประชุมพร้อมกันในอุโบสถ
ส่วนกำหนดเวลานั้นก็อยู่ที่สงฆ์ประชุมตกลงกันตามที่เห็นสมควร แต่โดยส่วนมากจะกำหนดในตอนเย็น
ก่อนค่ำ เพื่อความสะดวกแก่เวลาที่พระภิกษุ และสามเณรต้องลงอุโบสถ การจัดที่นั่งในอุโบสถนั้นก็โดย
จัดให้นั่งตามลำดับอาวุโสพรรษา โดยพระภิกษุท่านจะสอบถามพรรษากันว่า ท่านไหนมีพรรษา คือ
บวชมานานก่อนท่านอื่น ๆ แล้วก็ จัดเรียงการนั่งตามลำดับพรรษาจากมากที่สุด ไปจนถึงพรรษาน้อยที่สุด
ไม่ใช่นั่งตามศักดิ์ และเรียงแถวจากขวามือไปซ้ายมือ หันหน้าเข้าหาพระพุทธรูปที่เป็นองค์ประธาน

ซึ่งการลงอุโบสถนั้น มีสิ่งที่พระภิกษุสงฆ์และสามเณรจะพึงปฏิบัติ คือ

๑.  ทำวัตรเย็น
๒.  การแสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง“วัสสูปนายิกากถา” หรืออ่านประกาศเรื่อง“วัสสูปนายิกา”
     โดยแสดงเป็นเทศนาตามหนังสือเทศน์ที่มี หรือ อ่านเป็นประกาศเพื่อให้พระภิกษ
สามเณร
     
ที่ประชุมกันนั้นได้ทราบเรื่องวัสสูปนายิกาเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ให้ถือตามธรรมเนียมนิยมของวัดนั้น ๆ      
      ถ้าจะใช้แบบอ่านประกาศคำประกาศนั้นควรมีสาระสำคัญดังนี้

        ก.  บอกให้รู้เรื่องการอยู่จำพรรษา
        ข   แสดงเรื่องที่มาในบาลีวัสสูปนายิกขันธกะวินัยโดยใจความ
        ค.  บอกเขตของวัดนั้น ๆ ที่จะต้องรักษาพรรษาหรือเรียกกันว่า “รักษาอรุณ “
        ง.  บอกเรื่องการถือเสนาสนะ และประกาศให้รู้ว่าจะให้ถืออย่างไร หรือเมื่อถือเสนาสนะแล้ว
             จะต้องปฏิบัติอย่างไร

        จ.  หากมีกติกาอื่นใดในเรื่องจำพรรษาร่วมกันนี้ ก็ให้บอกได้ในประกาศนี้ ซึ่งการอ่านประกาศนี้
             จะอ่านบนธรรมมาสน์เทศน์ หรือที่สำหรับสวดปาติโมกข์ หรือนั่งประกาศข้างหน้าสงฆ์ ก็ได้
๓.  ท
ำสามีจิกรรม คือ ขอขมาโทษต่อกัน
๔.  เจริญพระพุทธมนต์
๕.  สักการะบูชาปูชนียวัตถุสถานภายในวัด

 



         

อ่านต่อหน้า >> 1 I มาฆ I มาฆ I วิสาข I วิสาข I วิสาข I อาสาฬ I อาสาฬ I เข้าพรรษา I เข้าพรรษา I ออกพรรษา l เทโว                     

วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ
ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ ประจำจังหวัดเชียงราย  :  ศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรมประจำจังหวัดเชียงราย
๓๙๕ หมู่ ๑๑ ตำบลธารทอง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ๕๗๒๕๐ โทรศัพท์ (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕ โทรสาร (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕

website : www.watthumpra.com / www.watthampra.com             email : info@watthumpra.com