: : ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถานปฏิบัติธรรม กับธรรมชาติที่สัปปายะ ป่าไม้ ถ้ำ และภูเขา บนเนื้อที่ ๘๐ ไร่
.....
หน้าแรก >>  
....
  ..

>>บรรพชาสามเณร    

สามเณร

การบรรพชาเป็นสามเณรมีมาแต่สมัยพุทธกาล ซึ่งพระพุทธองค์
ทรงตรัสให้พระสารีบุตรพุทธสาวก ทรงบรรพชาให้กับ

สามเณร "ราหุล"
ผู้เป็นพุทธบุตร
นับเป็นสามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนา

และ
ถือเป็นประเพณีนิยมในพระพุทธศาสนาที่สำคัญอย่างหนึ่ง
ที่มารดา-บิดา นำบุตรหลานที่เป็นชายอายุยังไม่ถึงเบญจเพศ
คือ ๒๐ ปีบริบูรณ์ เข้าไปรับการ บรรพชาเป็นสามเณร
ซึ่งแต่โบราณกาลมานั้น การที่จะได้เล่าเรียนเขียนอ่าน
ตำรับตำรา ต้องอาศัยวัดเป็นสถานที่เล่าเรียนให้กับกุลบุตร

และจำเป็นต้องบรรพชาเป็น สามเณร ก่อนจึงจะได้ฝากตัวเป็นศิษย์
ของพระเถระเพื่อที่จะได้เข้าไปอยู่ในวัดตามธรรมเนียม
วัดจึงเป็นทั้งบ้าน โรงเรียน และศูนย์ฝึกหัดฝีมือทุกแขนงของ
สามเณร
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ประวัติความเป็นมา:

ในระหว่างพรรษาที่ ๓  ที่พระพุทธเจ้าเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์ สักกชนบท
เมื่อเสด็จไปถึงมีพุทธบิดา คือ พระเจ้าสุทโธทนะ เป็นประธานพร้อมด้วย
พระญาติได้ถวายการต้อนรับ และจัดให้ประทับที่อารามของเจ้าศากยะองค์หนึ่ง
ชื่อว่า นิโครธ จึงได้เรียกว่า นิโครธาราม


ในวันที่ ๗ พระพุทธองค์ได้เสด็จเข้าไปทรงรับภัตตาหารในพระราชนิเวศน์
พระนางยโสธราพิมพา ซึ่งเป็นพระราชมารดาของพระโอรสราหุล พระโอรส
ของพระโพธิสัตว์เมื่อก่อนทรงผนวช ได้ทรงแต่งพระราหุลออกมามารับ
ให้กราบทูลพระราชบิดาทำนองว่ากราบทูลขอพระราชสมบัติ พระโอรสราหุล
ขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง ๗ ขวบ ได้ออกมากราบทูลขอมรดก พระพุทธเจ้า
ก็ทรงมีพุทธดำริว่า ทรัพย์ที่เป็นโลกียะนั้นเป็นของที่ไม่ยั่งยืน
แต่ว่าอริยทรัพย์เป็นสิ่งยั่งยืนกว่า
เพราะฉะนั้น เมื่อทรงมากราบทูลขอมรดก
จึงทรงได้โปรดประทานอริยทรัพย์ให้ บรรดาสมบัติใด ๆ ในโลกนี้ก็ตาม
เมื่อครอบครองแล้วก็ยังไม่พ้นซึ่งความทุกข์ ไม่พ้นจากความเกิด ความแก่
และความตาย ยังต้องวนเวียนอยู่ในวัฏสังสาร สมบัติชนิดเดียวที่พระองค์
จะทรงพระราชทานให้ได้ก็คืออริยสมบัติ คือ สมบัติภายในซึ่งเป็นไป
เพื่อความหลุดพ้น คือ พระนิพพาน

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -






พระพุทธองค์ได้ทรงนำพระราหุลใหตามเสด็จไปนิโครธารามด้วย และเมื่อถึง
นิโครธารามแล้วทรงโปรดให้พระสารีบุตร บรรพชาพระราหุล เป็น
สามเณรราหุล จึงนับเป็น สามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนา
และก็ใช้วิธีบวชด้วยให้ถึงสรณะ ๓ (คือรับไตรสรณคมน์) สืบต่อมาจนทุกวันนี้

วิธีการบวชนั้นก็คือ ให้ผู้จะบวชนั้นปลงผมและหนวด (ปัจจุบันปลงคิ้วด้วย;
ซึ่งเห็นจะมีเฉพาะในเมืองไทยซึ่งมีประวัติของการที่ต้องให้ปลงคิ้ว ต้องหาอ่าน
ในประวัติศาสตร์ไทยในยุคสมัยขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช)
ผู้จะบวชสามเณร ครองผ้าจีวรเหมือนกับการอุปสมบทแล้วเข้าไปไหว้ (กราบ)
ภิกษุผู้เป็นอุปัชฌาย์ แล้วรับไตรสรณคมน์จากท่าน จากนั้นก็รับสิกขาบท
คือ รับศีล ๑๐ ข้อ ซึ่งวิธีการก็คือ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





ขั้นตอนการบรรพชาสามเณร

        ๑.  รับไตรสรณคมน์

          นโม ตสฺส ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส  (ว่า ๓ จบ)

          พุทฺธํ      สรณํ      คจฺฉามิ
          ธมฺมํ       สรณํ      คจฺฉามิ
          สงฺฆํ       สรณํ      คจฺฉามิ
               ทุติยมฺปิ      พุทธํ     สรณํ      คจฺฉามิ
               ทุติยมฺปิ      ธมฺมํ      สรณํ      คจฺฉามิ
               ทุติยมฺปิ      สงฺฆํ      สรณํ      คจฺฉามิ                   
          ตติยมฺปิ     พุทธํ      สรณํ      คจฺฉามิ
          ตติยมฺปิ     ธมฺมํ      สรณํ      คจฺฉามิ
          ตติยมฺปิ     สงฺฆํ      สรณํ      คจฺฉามิ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ส่วนการรับสิขาบท คือ ศีล ๑๐ ข้อ ของสามเณรก็คือ

   ๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิขาปะทัง สะมาทิยามิ
        (ข้าพเจ้าสมาทานสิกขาบท เว้นจากการฆ่าสัตว์)
   ๒. อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
        (เว้นจากการลักทรัพย์)
   ๓. อพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
        (เว้นจากการประพฤติล่วงพรหมจรรย์)
   ๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
        (เว้นจากการพูดเท็จ)
   ๕. สุราเมระยะมัชชะป มาทัฏฐานา เวระมณี สิกขาปะทัง สมาทิยามิ
        (เว้นจากการดื่มสุรา)
   ๖. วิกาละโภชนา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
        (เว้นจากการบริโภคอาหารยามวิกาล)
   ๗. นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
        (เว้นจากการดู การรื่นเริง)
   ๘. มาลาคันธะ วิเลปะนะธาระณะ มัณฑะนะวิภูสะนัฎฐานา เวระมะณี
        สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (เว้นจากกานตกแต่งร่างกาย
        ทัดทรงด้วยเครื่องประดับ และลูบไล้ด้วยของหอม)
   ๙. อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
        (เว้นจากการนั่งนอนบนที่นอนสูง)
 ๑๐. ชาตรูปรชตปฏิคฺคหณา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ
        (เว้นจากการรับเงินทอง)

เพียงเท่านั้นก็เป็นอันเสร็จพิธีบรรพชาสามเณร ในการบวชนี้จะมีบริขาร
ครบหรือไม่ก็ได้ จะทำพิธีบวช ที่ใดก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นพัทธสีมา
ไม่ต้องทำเป็นพีธีสงฆ์ไม่ต้องมีการสวดญัตติและอนุสาวนา เพียงแต่รับ
ไตรสรณคมน์กับภิกษุรูปใดรูปหนึ่งก็ได

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
   


อ่านต่อหน้า >> 1 I  2  I หน้าแรก >>                     

วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ
ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ ประจำจังหวัดเชียงราย  :  ศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรมประจำจังหวัดเชียงราย
๓๙๕ หมู่ ๑๑ ตำบลธารทอง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ๕๗๒๕๐ โทรศัพท์ (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕ โทรสาร (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕

www.watthampra.com             email :info@watthumpra.com