: : ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถานปฏิบัติธรรม กับธรรมชาติที่สัปปายะ ป่าไม้ ถ้ำ และภูเขา บนเนื้อที่ ๘๐ ไร่
.....
หน้าแรก >>    
....

กิจของสงฆ์



ออกรับบิณฑบาตเป็นวัตร


การอยู่โคนไม้ เพื่อบำเพ็ญเพียร



 
 
..


      การบวชด้วยวิธีนี้ จะมีภิกษุรูปหนึ่งนำผู้จะบวช (อุปสัมปทาเปกขะ) เข้าไปหาสงฆ์
      เราเรียกภิกษุผู้นำพานั้นว่าอุปัชฌาย์ เมื่อพระที่เป็นพระอุปัชฌาย์นำผู้จะบวชเข้าไป
      ในท่ามกลางสงฆ์แล้ว คณะสงฆ์จะสมมติให้ภิกษุรูปหนึ่ง(ในปัจจุบันสมมติสองรูป)
      ซึ่งมีความฉลาดรอบรู้เป็นกรรมวาจาจารย์ สอบถามอันตรายิกธรรมกับผู้นั้น เมื่อ
      เห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยถูกต้องครบถ้วนดีแล้ว ก็จะสวดอนุสาวนาขอมติจาก
      คณะสงฆ์ว่าจะยินยอมรับหรือไม่ ถ้าสงฆ์นิ่งเงียบก็ถือว่ายอมรับ ผู้นั้นก็สำเร็จเป็น
      ภิกษุได้ในเวลาที่สวดกรรมวาจาจบลงในครั้งที่ ๑

      หลังจากสวดจบแล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ของภิกษุผู้เป็นอุปัชฌาย์จะต้องบอกอนุศาสน์
      ๘ อย่าง  คือ นิสสัย  ๔ และอกรณียกิจ ๔  รวมเป็นอนุศาสน์  ๘

     ซึ่งนิสสัย  ๔ หรือ ปัจจัยเป็นเครื่องอาศัยที่จำเป็นสำหรับผู้บวช คือ

     ๐ บิณฑบาตเป็นวัตร  คือกิจที่จะต้องบิณฑบาตเพื่อโปรดสัตว์และแสวงหาอาหาร
     ๐ นุ่งห่มผ้าบังสุกุล  ปัจจุบันคือการนุ่งห่มผ้าบังสุกุลจีวรโดยปริมณฑล คือ เรียบร้อย
     ๐ อยู่โคนต้นไม้ คือ เป็นผู้ออกจากเรือนไม่มีเรือนอยู่ จึงอยู่ป่าอาศัยโคนต้นไม้
     ๐ ใช้ยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า คือเป็นผู้สละเรือนแม้เจ็บไข้อาพาธต้องใช้
         สมุนไพรเป็นยาหรือหมักดองสมุนไพรเพื่อรักษาตนเอง

     ส่วนอกรณียกิจ  ๔  หรือ กิจที่พระภิกษุสงฆ์ไม่พึงกระทำ คือ

     ๐ ปาณาติบาต  คือ การฆ่าสัตว์ หรือทำชีวิตของสัตว์อื่นให้ลำบากหรือล่วงไป
     ๐ ลักทรัพย์  คือ การลักขโมย หรือถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ 
     ๐ การเสพเมถุนธรรม
     ๐ การอวดอุตริมนุษย์ธรรม คือ อวดคุณวิเศษอันไม่มีในตน

     เมื่อพระอุปัชฌาย์บอกอนุศาสน์ ๘ อย่าง แก่ภิกษุผู้บวชใหม่นั้นเพื่อมิให้ประพฤติผิด
     พระธรรมวินัยและจะต้องดูแล ภิกษุนั้นพร้อมกับสั่งสอนธรรมไปตลอดอย่างน้อย
     ๕ ปี แต่ถ้ามีเหตุขัดข้องจะด้วยเหตุใดก็ตาม เช่น พระอุปัชฌาย์ ย้ายที่อยู่หรือ
     มรณภาพไป ภิกษุผู้บวชใหม่นั้นจะต้องหาภิกษุอื่นที่มีความฉลาดเป็นที่อาศัยแทน
     ขอให้ท่านเป็นอาจารย์บอกสอนธรรมแทนพระอุปัชฌาย์ท่านนั้นไปจนกว่าอายุ
     พรรษาจะครบ ๕ ปี เมื่อพ้น ๕ พรรษาแล้วจึงถือว่า เป็นผู้มีความรู้ในธรรมวินัย
     พอรักษาตัวเองได้ไม่ต้องถือนิสัยในอุปัชฌาย์หรืออาจารย์ต่อไปก็ได้เรียกว่า
     นิสัยมุตตกะ
   

   ประเภทของสงฆ์

     คำว่า สงฆ์ นั้น แปลว่า หมู่ ในที่นี้หมายถึง การกสงฆ์ คือ หมู่ของภิกษุผู้กระทำ
     กรรม มีจำนวนอย่างต่ำตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป และได้มีกำหนดไว้โดยย่อ ดั่งนี้

    จตุวรรคสงฆ์ คือ สงฆ์ที่มีจำนวนภิกษุผู้ประชุมกัน ๔ รูป นี้เป็นการกสงฆ์ ที่
     สามารถทำสังฆกรรมทั่ว ๆ ไปเว้นแต่สังฆกรรมที่ระบุจำนวนมากกว่า

    ปัญจวรรคสงฆ์ คือ สงฆ์มีจำนวน ๕ รูปประชุมกันนี้ สามารถทำสังฆกรรม ได้แก่
     ปวารณา ออกพรรษาอุปสมบทกุลบุตรในปัจฉิมชนบทประเทศ ถ้าต่ำกว่านี้ทำไม่ได้

    ทสวรรคสงฆ์ สงฆ์มีจำนวนภิกษุประชุมกัน ๑๐ รูปขึ้นไป สามารถทำสังฆกรรม
     คือ อุปสมบทกุลบุตรในมัชฌิมชนบทหรือมัชฌิมประเทศ ถ้าต่ำกว่านี้ทำไม่ได้

    วีสติวรรคสงฆ์ สงฆ์มีจำนวนภิกษุ ๒๐ รูปขึ้นไป สามารถทำสังฆกรรม คือการให้
     อัพภานแก่ผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส และอยู่ปริวาส มานัต ครบกำหนดแล้ว มาขอให้
     สงฆ์จำนวนนี้สวดชักเข้าหมู่ตามเดิม ถ้าจำนวนต่ำกว่านี้ทำไม่ได้

        

อ่านต่อหน้า >> 1 I 2 I 3 I 4 หน้าแรก >>               

วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ
ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ ประจำจังหวัดเชียงราย  :  ศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรมประจำจังหวัดเชียงราย
๓๙๕ หมู่ ๑๑ ตำบลธารทอง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ๕๗๒๕๐ โทรศัพท์ (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕ โทรสาร (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕

www.watthampra.com             email : info@watthumpra.com