: : ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถานปฏิบัติธรรม กับธรรมชาติที่สัปปายะ สงบ สะอาด ร่มรื่นด้วยป่าไม้ ถ้ำ และภูเขา บนเนื้อที่ ๘๐ ไร่ ..วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ อ.พาน จ.เชียงราย
 

การสร้างอุโบสถ
วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ

ถ้ำพระ สถานที่แห่งนี้เป็นที่สัปปายะ แวดล้อมไปด้วยป่าไม้น้อยใหญ่ มีถ้ำตามธรรมชาติจำนวน ๔-๕ ถ้ำ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ราชพัสดุในความดูแลของกรมป่าไม้ ซึ่งได้ถวายที่ดินแห่งนี้แด่ พระครูจันทนิภากร (หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร) ในการจัดสร้างเป็นพื้นที่ของวัดโดยถูกต้องตามกฏหมาย

สถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ได้ถูกค้นพบและก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณในราวปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ โดยชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า “ถ้ำพระ” ทั้งนี้เพราะในอดีตมีพระพุทธรูปโบราณเก่าแก่ปางต่างๆ อยู่ในถ้ำเป็นจำนวนมาก โดยก็มิมีใครทราบว่าพระพุทธรูปโบราณเหล่านี้มาจากไหน จึงเป็นที่เรียกกันของชาวบ้านว่า “ถ้ำพระ” ทำให้มีพระสายปฏิบัติกรรมฐาน แวะเวียนมาพักปฏิบัติธรรม สับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่อย่างนี้เรื่อยมา กระทั่งเมื่อ พระครูจันทนิภากร(หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร) ได้มาพำนักและดำริจัดทำเป็นสถานปฏิบัติธรรม จึงตั้งชื่อสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ว่า "สถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานถ้ำพระบำเพ็ญบุญ" ต่อมาได้ขอพระราชทานวิสุงคามสีมาจากเดิมที่เป็นสำนักปฏิบัติธรรมขึ้นเป็น วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ให้ถูกต้องตามกฏของมหาเถรสมาคมและตามกฏหมายบ้านเมือง

 
อุโบสถถ้ำ
 

วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ แต่เดิมยังไม่มีอุโบสถสำหรับใช้ในการทำสังฆกรรมของหมู่สงฆ์ "ถ้ำ" จึงถูกสมมติเป็นอุโบสถชั่วคราว การจัดทำสังฆกรรมสำหรับพระภิกษุสงฆ์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้อุโบสถ ถ้ำที่ใช้เป็นอุโบสถชั่วคราวนั้นรองรับพระภิกษุสงฆ์ในการทำสังฆกรรมได้ครั้งละประมาณ ๒๐-๓๐ รูป และในระหว่างจำพรรษา "ถ้ำ" ก็มีน้ำเจิ่งนอง ซึ่งเมื่อพระภิกษุสงฆ์ใช้ ถ้ำ ในการทำสังฆกรรม เช่นการลงสวดพระปาฏิโมกข์ อุปสมบทพระภิกษุ พื้นถ้ำก็ชื้นแฉะไปด้วยน้ำ ก่อให้เกิดความลำบากแก่พระภิกษุสงฆ์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง พระครูจันทนิภากร (หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร) เมื่อท่านได้นำปฏิบัติธรรมและเผยแผ่ธรรม จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่พระภิกษุสงฆ์ผู้จาริกแสวงบุญและธุดงค์ แวะเวียนมาปฏิบัติธรรมยังสถานที่แห่งนี้ ทั้งท่านได้ริเริ่มจัดงาน "ปริวาสกรรม" เพื่อสงเคราะห์แด่หมู่พระภิกษุสงฆ์

ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ กระทรวงศึกษาธิการได้เล็งเห็นประโยชน์คุณูปการดังกล่าวแล้วนั้น  จึงมีคำสั่งแต่งตั้ง วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ เป็น ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติประจำจังหวัดเชียงราย แห่งที่ ๕ โดยกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในมหามงคลวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๖ รอบ ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๒”

 
 
ดำริสร้างอุโบสถ
หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร ท่านจึงมีดำริด้วยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ก่อให้เกิดความจำเป็นที่จะสร้างอุโบสถขึ้นมาเพื่อประโยชน์โดยตรงไว้ในพระพุทธศาสนา และเพื่อประโยชน์ใหญ่แก่หมู่พระภิกษุสงฆ์ที่จำเป็นต้องใช้อุโบสถในการทำสังฆกรรม ไม่เพียงเฉพาะแต่การลงสวดพระปาฏิโมกข์ในวันพระ และ งานปริวาสกรรมสำหรับพระภิกษุเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นสถานที่อุปสมบทพระภิกษุ บรรพชาสามเณรที่ประสงค์จะมาอยู่ปฏิบัติยังสถานปฏิบัติธรรม วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ แห่งนี้ หรือกุลบุตรผู้ยากไร้ขาดแคลนปัจจัยที่ประสงค์จะอุปสมบท-บรรพชาในพระพุทธศาสนา หลวงพ่อท่านยังได้เมตตาอุปถัมป์ให้ได้อุปสมบท-บรรพชาในพระพุทธศาสนานี้เช่นกัน

เมื่อเป็นดังที่กล่าวมานี้จึงทำให้มีคณะศรัทธานำโดย คุณประชุม มาลีนนท์ พร้อมครอบครัวมาลีนนท์ และคณะเพื่อนๆ ได้เป็นเจ้าภาพต้นบุญในการดำเนินการริเริ่มก่อสร้างอุโบสถหลังดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้ คุณพรเดช อุยะนันทน์ เป็นสถาปนิกดูแลร่วมด้วยคุณศิริชัย รณเกียรติ, คุณศรีชัย รุจิร-วัฒนกุล, คุณจมร ปรปักษ์ปลัย ซึ่งเป็นสถาปนิกจากกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบอุโบสถ ในการนี้ยังได้รับความเมตตาจาก พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสังวโร ได้มีเมตตาช่วยเหลือกิจกรรมการก่อสร้างอุโบสถหลังนี้ให้ดำเนินการลุล่วงด้วยดี

โดยอุโบสถหลังนี้ หลวงพ่อถวิล จันทสโร ท่านได้ปรับพื้นที่บนภูเขาสูงให้เป็นพื้นที่ราบ เพื่อสำหรับใช้เป็นที่ตั้งของอุโบสถ แต่เดิมบริเวณที่จะทำการปลูกสร้างอุโบสถนั้นเป็นภูเขาหิน ท่านได้ทำการปรับหน้าดินให้ราบแล้วนำดินส่วนที่ตัดออกมานั้นนำไปถมที่ลุ่มน้ำขัง บริเวณด้านหน้าวัด เพื่อใช้้สำหรับเป็นที่จอดรถหรืออาจจะทำเป็นลานปฏิบัติธรรมในอนาคตข้างหน้า

สถาปัตยกรรม
รูปแบบเป็นอุโบสถ ๒ ชั้น สถาปัตยกรรมศิลปล้านนาประยุกต์ มีความกว้าง ๑๓ เมตร ความยาว ๓๓ เมตร สามารถรองรับการทำสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์ได้ประมาณ ๑๐๐-๑๒๐ รูป ได้รับความอนุเคราะห์ในการออกแบบโดย คุณจมร ปรปักษ์ประลัย สถาปนิกแห่งกรมศิลปากร ได้ปวารณาตัวในการออกแบบอุโบสถหลังนี้ ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านเจ้าภาพให้ทำหน้าที่ในการออกแบบ
จึงเป็นอุโบสถที่มีขนาดกระทัดรัด ดูงดงามเย็นตา เย็นใจ

โดยการนี้ได้นำความขึ้นกราบทูล สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก โดยพระองค์ทรงพระเมตตาประทานพระนามย่อ ญสส.(สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เพื่ออัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนหน้าบันอุโบสถและบริเวณผ้าทิพย์องค์พระประธาน ที่ทรงพระเมตตาประทานพระนามพระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก ๕๙ นิ้ว ซึ่งอัญเชิญประดิษฐานเพื่อเป็นพระประธานประจำอุโบสถวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ  ทรงประทานพระนามที่ "พระพุทธสุวรรณติโลกนาถปุญญาวาสสถิต" โดยอัญเชิญ ขึ้นประดิษฐานในอโบสถชั้นบนซึ่งเป็นพื้นที่อุโบสถในการทำสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์

ส่วนบริเวณชั้นล่างของอุโบสถนั้นมีไว้เพื่อสำหรับอบรมการปฏิบัติธรรมที่เป็นหมู่คณะ หรือทำเป็นห้องสมุดด้วยส่วนหนึ่งเพื่อเก็บรวบรวมหนังสือธรรมะต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เล่าเรียน อ่านประดับความรู้

การก่อสร้างได้เริ่มดำเนินการ โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันจันทร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ี้กาำรดำเนินการก่อสร้างได้สำเร็จลงด้วยดีและได้้มีพิธียกช่อฟ้าอุโบสถเป็นที่เรียบร้อย

การก่อสร้างที่สำเร็จลุล่วงลงด้วยดีนี้ ขออนุโมทนาแด่ท่านเจ้าภาพ คุณประชุม มาลีนนท์ และครอบครัวมาลีนนท์ และพนักงานในหน่วยงานไทยทีวีสีช่อง ๓ พร้อมด้วยคณะเพื่อนๆ และทีมงานทุกท่าน ท่านสาธุชนผู้มีส่วนร่วมในบุญสร้างอุโบสถในครั้งนี้ ขอความเจริญด้วย อายุ วรรณ สุข พละ จงมีแก่ชีวิต ครอบครัว และกิจการงานของท่านจงทุกเมื่อเทอญฯ          

   

อานิสงส์แห่งวิหารทาน
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงตรัสสรรเสริญและแสดงธรรมเกี่ยวกับเรื่องการสร้างวัด หรือส่วนประกอบของวัด เช่น ที่ดิน หรือศาสนวัตถุต่างๆ โบสถ์ วิหาร ศาลา กุฏิสงฆ์ เสนาสนะ ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบไว้ดังนี้

  1. ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง"(สังยุตตนิกาย)
  2. ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ย่อมมีบุญเจริญในกาลทุกเมื่อ ทั้งกลางวันและกลางคืน เขาทั้งหลายตั้งอยู่ในธรรม สมบูรณ์ด้วยศีลและเป็นผู้ไปสวรรค์"(วนโรปสูตร)
  3. พระพุทธองค์ทรงยืนยันให้เห็นชัดเจนว่า การถวายวิหาร(วัด) ที่อยู่อาศัยแด่พระภิกษุสงฆ์ เป็นสมุฏฐานก่อให้เกิดประโยชน์สุขทั้งผู้รับและผู้ถวาย ซึ่งทรงแสดงอานิสงส์ไว้ว่า เป็นยอดของสังฆทานและเป็นปัจจัยให้ประสบความเกษมศานต์ จนบรรลุถึงพระนิพพาน(วิหารทานกถา) โดยตรัสไว้ว่า

    "วิหารย่อมป้องกันหนาว ร้อน และเนื้อร้าย นอกจากนั้นยังป้องกันงูและยุง ฝนในสิสิรฤดู นอกจากนั้นวิหารยังป้องกันลมและแดดอันกล้าที่เกิดขึ้นได้ การถวายวิหารแก่สงฆ์ เพื่อหลีกเร้นอยู่ เพื่อความสุข เพื่อเพ่งพิจารณา และเพื่อเห็นแจ้ง พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า เป็นทานอันเลิศ เพราะเหตุนั้นแล คนผู้ฉลาด เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน พึงสร้างวิหารอันรื่นรมยฺให้ภิกษุทั้งหลายผู้พหูสูตอยู่ในวิหารนี้เถิด อนึ่งพึงมีใจเลื่อมใสถวายข้าว น้ำ ผ้า และเสนาสนะอันเหมาะสมแก่พวกเธอ ในพวกเธอผู้ซื่อตรง เพราะพวกเธอย่อมแสดงธรรมอันเป็นเครื่องบรรเทาสรรพทุกข์แก่เขา
    เขารู้ทั่วถึงแล้ว จะเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพานในโลกนี้
    "

    ทานํ สคฺคสฺส โสปนํ ทานกุศลจัดว่าเป็นบันได้ขั้นแรกที่จะนำขึ้นสู่สวรรค์
    ทานํ ปาเถยฺยมุตตมํ ทานกุศลจัดว่าเป็นเสบียงอันประเสริฐ
    ทานํ อุชุคตํ มคฺคํ    ทานกุศลจัดว่าเป็นทางสายตรงไปสู่พระนิพพาน
    ทานํ โมกฺขปทํ วรํ   ทานกุศลจัดว่าเป็นบาทให้ถึงซึ่งความหลุดพ้น

ารสร้างวัด สร้างโบสถ์ ของอุบาสกอุบาสิกาต่อพุทธศาสนาก็ดี จัดเป็นวิหารทาน เป็นทานอันเลิศ ตามที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ในพระไตรปิฎก

อุโบสถ หรือ โบสถ์ ที่ปรากฏขึ้นบนพื้นที่ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ จึงมากด้วยประโยชน์คุณูปการดังกล่าว โบสถ์ เป็นวิสุงคามสีมา เพื่อยังประโยชน์สำหรับสืบทอดพระพุทธศาสนาและเกื้อกูลแก่หมู่สงฆ์ สามเณร ชีพราหมณ์ ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงพระธรรมวินัย และสืบทอดอายุของพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง เป็นอานิสงส์อย่างยิ่งแห่งการ สร้างโบสถ์ ซึ่งเป็น วิหารทาน ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสรรเสริญถึงอานิสงส์แห่งบุญไว้ดังที่ยกมา

   

 
   
 

 


   

 



                 





    
        

                           
         
                               
         

 

            

วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ

ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ ประจำจังหวัดเชียงราย  :  ศูนย์พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรมประจำจังหวัดเชียงราย
๓๙๕ หมู่ ๑๑ ตำบลธารทอง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ๕๗๒๕๐ โทรศัพท์ (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕ โทรสาร (๐๕๓)๑๘๔ ๓๒๕

website : www.watthumpra.com / www.watthampra.com             email :
info@watthumpra.com / watthampra@hotmail.com